ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7264/2543

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของลูกจ้างที่ใช้บัตรจอดรถที่มีตราประทับเพื่อหลีกเลี่ยงค่าจอดรถโดยไม่ได้รับสิทธิ เป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงหรือไม่ และเป็นการจงใจทำให้นายจ้างเสีย

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องปรากฏว่าผู้กระทำได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง การที่โจทก์ได้รับเพียงบริการจอดรถโดยไม่เสียค่าจอดรถ ไม่ถือว่าได้ไปซึ่งทรัพย์สิน จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง และไม่เป็นการจงใจทำให้จำเลยเสียหาย

คำวินิจฉัย

การกระทำของโจทก์ไม่เป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกง และมิได้เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางให้จำเลยชำระค่าชดเชยแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ขับรถลงจากอาคารจอดรถของจำเลย และแสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่า 'บริการแผนกจัดเลี้ยง 14' ต่อพนักงานรักษาความปลอดภัย ทำให้ไม่ต้องเสียค่าจอดรถ โดยโจทก์ทราบดีว่าจำเลยห้ามพนักงานนำรถขึ้นไปจอด และโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7264/2543นางสาววัฒณี ศรีวาณัติโจทก์บริษัท เอเซียโฮเต็ล จำกัดจำเลย ป.อ. ม. 341 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47โจทก์ขับรถยนต์ของโจทก์ลงจากอาคารจอดรถของจำเลยแล้วแสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อ น. พนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งทำหน้าที่เก็บค่าบริการจอดรถ โจทก์จึงไม่เสียค่าจอดรถแก่จำเลย โดยโจทก์ทราบดีว่าจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างมีข้อห้ามมิให้พนักงานนำรถขึ้นไปจอดบนอาคารจอดรถ และโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าวันเกิดเหตุมีการนำรถขึ้นไปจอดโดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับการยกเว้นและโจทก์ควรจะแจ้งความจริงดังกล่าวให้ น. ทราบขณะยื่นบัตรจอดรถนั้นมิใช่กรณีที่ทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ตอนแรก กรณีจะต้องได้ความว่าผู้กระทำผิดได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง โจทก์แสดงบัตรจอดรถที่มีตราประทับว่าบริการแผนกจัดเลี้ยง 14 ต่อ น. เพื่อจอดรถโดยไม่ต้องเสียค่าจอดรถเท่านั้น โจทก์ได้รับผลเพียงการบริการจอดรถจากจำเลยโจทก์หาได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากจำเลยไม่ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกง และมิได้เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2526 โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย ทำหน้าที่พนักงานเก็บเงิน ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ7,730 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม2541 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดและจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ทำงานกับจำเลยกว่า 3 ปี ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 13,914 บาท ค่าชดเชยจำนวน46,380 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี