ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2520

ประเด็นกฎหมาย

การใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกันและด้วยเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อให้การบรรทุกไม้รอดพ้นจากการจับกุม เป็นความผิดกรรมเดียวกันหรือไม่

หลักกฎหมาย

การกระทำหลายอย่างที่ใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกันและด้วยเจตนาอย่างเดียวกันเพื่อให้การบรรทุกไม้ของกลางรอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน ถือเป็นความผิดกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดคนละกรรม

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันมีไม้ประดู่หวงห้าม 17 ท่อน ซึ่งมีรอยตราประทับไม้ปลอม และร่วมกันใช้รอยตราปลอมและใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกัน โดยมีเจตนาเพื่อให้การบรรทุกไม้รอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2520พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นโจทก์นายปราโมทย์ สุทธิเทพ ที่ 1จำเลยกับพวกรวม 4 คนจำเลย ป.อ. ม. 83, ม. 90, ม. 91, ม. 251, ม. 252, ม. 264, ม. 265, ม. 268 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 69, ม. 16, ม. 12การที่จำเลยใช้รอยตราปลอมและใช้ใบเบิกทางปลอมในคราวเดียวกันและด้วยเจตนาอย่างเดียวกัน คือเพื่อให้การบรรทุกไม้ของกลางของจำเลยรอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน นั้น เป็นความผิดกรรมเดียวกัน มิใช่เป็นความผิดคนละกรรมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 4 คน (จำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 785/2518 ของศาลชั้นต้น และอีก 2 คนซึ่งหลบหนี) บังอาจร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง กล่าวคือก. จำเลยทั้งสี่กับพวกดังกล่าวบังอาจร่วมกันทำไม้โดยตัดฟันไม้ประดู่ซึ่งอยู่ในป่าในเขตท้องที่อำเภอนากลาง จังหวัดอุดรธานี จำนวน 17 ท่อน ปริมาตร 64.07 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และร่วมกันมีไม้ดังกล่าวโดยมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครอง และร่วมกันนำไม้ดังกล่าวบรรทุกรถยนต์ 4 คันไปตามถนนผ่านเข้าไปในเขตอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกทำและมีไม้หวงห้ามดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายข. จำเลยทั้งสี่กับพวกดังกล่าวบังอาจร่วมกันทำปลอมตราและรอยตราของรัฐบาลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรธิการ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายประกาศกำหนด โดยจำเลยกับพวกปลอมตราชักลากที่ "ช.ลาก 1262" ตราตรวจไม้ที่ "ต.4410" ตราตรวจไม้ที่ "ต. 3932" และตราชำระค่าภาคหลวงที่ "ภล. 395" ทั้งนี้เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นตราประทับไม้ที่แท้จริงของรัฐบาล และโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและกร