ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2520

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องที่บรรยายการกระทำแต่ไม่ระบุบทมาตราในคำขอท้ายฟ้อง ถือเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ลงโทษตามบทบัญญัตินั้นไม่ได้ และเมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษภายหลัง จำเลยไม่ต้อ

หลักกฎหมาย

ฟ้องที่ไม่ได้อ้างบทมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเป็นความผิดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(6) เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ ไม่อาจลงโทษตามบทบัญญัตินั้นได้ และการอ้างประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 2 ซึ่งให้เรียงกระทงลงโทษ ไม่พอให้อนุมานว่าโจทก์ขอให้ลงโทษตามบทที่มิได้อ้าง นอกจากนี้ เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษภายหลั

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาก. มีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ข. ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน และ ค. ทำลายบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ แต่ในคำขอท้ายฟ้องมิได้อ้างมาตรา 138, 140, 188 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 3 ยอมให้ผู้ม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2520พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นางสาวอรพิน วงศ์ขัตติยะจำเลย ป.อ. ม. 138, ม. 140, ม. 188 ป.วิ.อ. ม. 158 (6), ม. 195, ม. 225 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม. 3 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 2การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานและทำลายบัตรประจำตัวข้าราชการ แต่ในคำขอท้ายฟ้องมิได้อ้างมาตรา 138,140,188 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบทลงโทษมาด้วยนั้น ย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 138,140,188 ไม่ได้ และการที่โจทก์อ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ซึ่งบัญญัติให้เรียงกระทงลงโทษมาด้วยก็ไม่พอจะอนุมานว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่มิได้อ้าง ความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตนั้น แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดในขณะฟ้องและศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษมา แต่เมื่อคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 มาตรา 3 ยอมให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต นำไปขอรับอนุญาตได้ภายใน 90 วัน โดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษจำเลยจึงไม่ต้องรับโทษในความผิดฐานนี้ และแม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในประเด็นนี้ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทต่างกรรมกัน กล่าวคือก. จำเลยบังอาจมีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ชนิดประกอบขึ้นเอง ขนาด .22จำนวน 1 กระบอก ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยกระสุนปืนลูกกรดขนาด .22 (แมกนั่ม) จำนวน 7 นัด อันเป็นอาวุธปืน กระสุนปืนที่ใช้ยิงได้ไว้ในควา