ผู้ชำระเงินค่าเช่าซื้อแทนบุตรซึ่งเป็นคู่สัญญา ไม่มีสิทธิขอคืนทรัพย์ที่ถูกริบ
ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบ ต้องเป็นเจ้าของอันแท้จริงในทรัพย์สินนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อตกเป็นแก่ผู้เช่าซื้อเมื่อชำระเงินครบถ้วน ผู้ชำระเงินแทนไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
บุตรผู้ร้องทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องเป็นผู้ชำระราคาค่าเช่าซื้อจนครบถ้วน และได้รับมอบทะเบียนรถยนต์ แต่ยังไม่ได้โอนทะเบียนเป็นชื่อผู้ร้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2520พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพิษณุโลกโจทก์นายหน่อย แก้วทองคำ กับพวกรวม 5 คนจำเลยนายประภาส แก้วทองคำผู้ร้อง ป.อ. ม. 36 ป.พ.พ. ม. 572 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 การที่ ส. บุตรผู้ร้องได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ของกลางโดยผู้ร้องเป็นผู้ชำระราคาค่าเช่าซื้อจนครบถ้วน และผู้ให้เช่าซื้อได้มอบทะเบียนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องแล้วแต่ยังไม่ได้โอนทะเบียนเป็นของผู้ร้องนั้น ไม่มีผลทำให้ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางกรรมสิทธิ์ตกเป็นของ ส. ผู้เช่าซื้อนับแต่มีการชำระเงินเสร็จตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 การที่ผู้ร้องชำระเงินค่าเช่าซื้อถือว่าเป็นการชำระแทน ส. ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์อันแท้จริงในรถยนต์ของกลาง จึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางซึ่งถูกริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติป่าไม้และริบรถยนต์ 1 คันของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยนำไปใช้ในการกระทำความผิด ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายสิทธิชัย แก้วทองคำ บุตรผู้ร้องได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ของกลางจากผู้จัดการร้านไทยยานยนต์ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ของบริษัทวีระวรรณ จำกัด โดยผู้ร้องเป็นผู้ชำระราคาค่าเช่าซื้อจนครบถ้วน และบริษัทดังกล่าวได้มอบทะเบียนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนทะเบียนเป็นของผู้ร้องศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบ ต้องเป็นเจ้าของอั