ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2520

ประเด็นกฎหมาย

อายุความฟ้องละเมิดของนิติบุคคลเริ่มนับเมื่อใด

หลักกฎหมาย

การที่นิติบุคคลจะรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ต้องเป็นการรู้ของผู้แทนที่มีอำนาจตามกฎหมายของนิติบุคคลนั้น เช่น อธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ทำการแทน มิใช่การรู้ของเจ้าหน้าที่ชั้นรอง เช่น ประธานกรรมการสอบสวน

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างโดยประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ซึ่งเป็นราชการตำรวจตระเวนชายแดน โจทก์ได้รับหนังสือรายงานจากผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 4 ซึ่งระบุตัวผู้กระทำละเมิดและผู้ต้องรับผิด ภายใน 1 ปีก่อนฟ้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2520กรมตำรวจ โดยพันตำรวจตรีชาญยุทธ ศรีเวียงโจทก์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายจุ้ย แซ่ลิ้ม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 75, ม. 448 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 สอง ข้อ 32ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 218 ข้อ 32วรรคสองว่า"กรมมีอธิบดีเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการ รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกรม ฯลฯ" ดังนั้นการที่จะถือว่ากรมตำรวจโจทก์ได้รู้ถึงเรื่องการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก็ต่อเมื่ออธิบดีกรมตำรวจโจทก์หรือผู้ทำการแทนรู้เรื่องการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน จะถือว่าเมื่อประธานกรรมการสอบสวนรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนต้องถือว่าโจทก์รู้ด้วยหาได้ไม่ เพราะตามระเบียบราชการนั้นเจ้าหน้าที่ชั้นสูงจะต้องพิจารณาก่อนว่าเรื่องราวและความเห็นของเจ้าหน้าที่ที่เสนอไปนั้นถูกต้องหรือไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนกับรถของทางราชการตำรวจเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของคนขับรถยนต์ของโจทก์ ค่าเสียหายของโจทก์ไม่ถึงเท่าที่ฟ้อง โจทก์รู้ตัวผู้กระทำผิดและผู้ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่า 1 ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาท คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ขาดอายุความเพราะนับเวลาที่ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 4 รายงานให้กรมตำรวจทราบถึงเรื่องราวที่เกิ