ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2520

ประเด็นกฎหมาย

ไม้สักที่แปรรูปเป็นแผ่นกลม เซาะร่อง ขัดและทาน้ำมันแล้ว แม้จะนำไปใช้เป็นเขียงได้ แต่ถ้ามีลักษณะผิดไปจากเขียงที่ใช้เป็นปกติในท้องที่นั้น ก็ยังถือเป็นไม้

หลักกฎหมาย

ไม้แปรรูปตามมาตรา 4(4) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 116 ข้อ 1 หมายความรวมถึงไม้ที่อยู่ในสภาพที่เป็นเครื่องใช้ที่ไม่ชอบด้วยลักษณะของเครื่องใช้ที่ใช้เป็นปกติในท้องที่นั้น หรือที่ผิดปกติวิสัย ส่วนวรรคสองของมาตรา 4(4) เป็นเรื่องไม้แปรรูปที่กลายสภาพเป

คำวินิจฉัย

จำเลยมีความผิดฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม้ของกลางยังเป็นไม้แปรรูป มิใช่เครื่องใช้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เจ้าพนักงานจับไม้สักของกลางได้ที่โรงงานแกะสลักไม้ของจำเลย ไม้สักของกลางเป็นแผ่นกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว หนา 1 นิ้ว เซาะร่องที่ขอบโดยรอบร่องลึกประมาณครึ่งนิ้ว ขัดและทาน้ำมันทุกแผ่น ส่วนเขียงที่ใช้กันในท้องที่ส่วนใหญ่ทำจากไม้มะขามเนื้อแข็งกว่า หนากว่า และไม่มีร่องที่ขอบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2520พนักงานอัยการจังหวัดแพร่โจทก์นายอ้าง จักรบุตรจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 4 (4) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 116 ข้อ 1ไม้สักของกลางเป็นแผ่นกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว หนา 1 นิ้ว เซาะร่องที่ขอบโดยรอบร่องลึกประมาณครึ่งนิ้ว ขัดและทาน้ำมันทุกแผ่น มีลักษณะผิดจากเขียงที่ใช้กันอยู่ในท้องที่เกิดเหตุ แม้จะมีผู้ซื้อไปใช้แทนเขียงก็ไม่ใช่เขียงที่คนในท้องถิ่นนั้นใช้กัน ถือว่ายังเป็นไม้แปรรูปอยู่ มิใช่เครื่องใช้ความในวรรคสองของมาตรา 4(4) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ.2484 หาใช่บทยกเว้นความในวรรคแรกไม่ คำว่าเครื่องใช้ในวรรคสองนี้หมายความว่า เครื่องใช้ที่ชอบด้วยลักษณะของเครื่องใช้ที่ใช้เป็นปกติในท้องที่นั้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีไม้สักแปรรูป 834 ชิ้น ปริมาตร 1.02 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503มาตรา 17 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 116 ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2515และริบของกลางจำเลยให้การรับว่า เจ้าพนักงานจับไม้ของกลางได้ขณะอยู่ในความครอบครองของจำเลยจริง แต่ไม้ดังกล่าวเป็นของใช้สำเร็จรูปแล้ว จึงไม่เป็นความผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ไม้ของกลางเป็นเขียงอันเป็นเครื่องใช้สำเร็จรูปแล้วพ้นสภาพจากการเป็นไม้แปรรูปตามความหมายของพระราชบัญญัติป่าไม้ฯมาตรา 4(4) จำเลยมีไว้ในความครอบครองไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม้ของกลางไม่ใช่เขียงที่ชาวบ้านในท้องที่นั้นใช้อยู่เป็นปกติแต่เป็นไม้แปรรูปที่จำเลยเตรียมส่งไปต่างประเทศ พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ 2484 มาตรา 48, 73, 7