ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความละเมิดหรือไม่ โดยเริ่มนับอายุความเมื่อใด
อายุความละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทน ไม่ใช่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ
คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวจำเลยตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคม 2521 แต่ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2523 เกิน 1 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2525นายฉาบ รื่นภาคเดชโจทก์นายสันติ เลี้ยวจำนงค์จำเลย ป.พ.พ. ม. 448 พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ครั้งแรกคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลมีคำวินิจฉัยว่า โจทก์นำนาพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกไม่ให้โจทก์เช่านาพิพาทได้ตามมาตรา 32(2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 โจทก์อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำจังหวัดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา มาตรา 43 ดังนั้นการบอกเลิกการเช่านาตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯประจำตำบลยังไม่มีผลใช้บังคับได้ในทันที เมื่อจำเลยเข้าไปทำนาพิพาทจึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิการเข้าทำนาพิพาทของโจทก์ อายุความจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 บัญญัติไว้ อายุความมิได้นับเริ่มตั้งแต่วันที่นายอำเภอมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ประจำจังหวัดว่า จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่านาพิพาทศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในปัญหาฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่าในครั้งแรกที่คณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำตำบลหนองแขมได้มีคำวินิจฉัยว่าโจทก์นำนาพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกไม่ให้โจทก์เช่านาพิพาทได้ตามมาตรา 32(2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 และโจทก์ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยดังกล่าวต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำจังหวัดสระบุ