ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2525

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของเจ้าหนี้ภาษีอากรที่ยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์การประเมินในการขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

หลักกฎหมาย

ประมวลรัษฎากร มาตรา 12 เป็นกฎหมายพิเศษให้อำนาจเจ้าพนักงานเรียกเก็บภาษีอากรค้างได้โดยสั่งยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินเอง โดยไม่ต้องฟ้องร้องต่อศาล สิทธิของผู้ร้องตามประมวลรัษฎากรถือเป็นสิทธิอื่นซึ่งบุคคลภายนอกอาจขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินได้ตามกฎหมาย ซึ่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วย

คำวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องที่ 1 (กรมสรรพากร) ได้ประเมินเรียกเก็บภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากจำเลยเป็นเงิน 20,305,122.64 บาท จำเลยยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ แต่คณะกรรมการยังไม่ได้วินิจฉัย และจำเลยยังไม่ได้ชำระภาษี จำเลยขอทุเลาการชำระภาษีต่อผู้ร้องที่ 1 แต่ผู้ร้องที่ 1 ไม่อนุญาต และจำเลยไม่มีท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2584/2525นางวารี นาสกุล หรือวิชยานนท์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกผู้ร้องบริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 287, ม. 290 ป.รัษฎากร ประมวลรัษฎากร มาตรา 12 เป็นกฎหมายพิเศษให้อำนาจแก่เจ้าพนักงาน ที่จะเรียกเก็บภาษีอากรค้างได้โดยสั่งยึดและสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินได้เองโดยไม่จำต้องนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาล สิทธิของกรมสรรพากรและกรุงเทพมหานคร ผู้ร้องตามประมวลรัษฎากรถือได้ว่าเป็นสิทธิอื่น ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกอาจขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินได้ตามกฎหมายซึ่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 287 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โจทก์ชนะคดีและนำยึดที่ดินจำเลยออกขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะร้องขอเฉลี่ยเงินที่ขายทอดตลาดนั้นได้ตามมาตรา 290ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองเข้าเฉลี่ยหนี้ค่าภาษีอากรจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามที่โจทก์จำเลยและผู้ร้องแถลงรับกันว่า ผู้ร้องที่ 1 ได้ประเมินเรียกเก็บภาษี พร้อมทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากจำเลยเป็นเงินทั้งสิ้น 20,305,122 บาท 64 สตางค์จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินของผู้ร้องที่ 1 ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยและจำเลยยังไม่ได้ชำระภาษีตามที่ผู้ร้องที่ 1 ประเมินเรียกเก็บ จำเลยได้ขอทุเลาการชำระภาษีต่อผู้ร้องที่ 1แต่ผู้ร้องที่ 1 ไม่อนุญาตและจำเลยไม่มีทรัพย์สินพอที่ผู้ร้องจะยึดชำระหนี้จำเลยฎีกาว่า ภาษีอากรค้างที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยเป็นภาษีอากรที่ยังไม่แน่