อำนาจฟ้องของคู่สมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย และผลของสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินซึ่งอาจเป็นสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอม
กฎหมายมิได้บัญญัติว่าสามีฟ้องคดีต้องได้รับความยินยอมจากภริยาทุกกรณี เฉพาะการฟ้องเกี่ยวกับสินสมรสที่ต้องจัดการร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 เท่านั้นที่ต้องได้รับความยินยอม ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่ทำก่อนแก้ไขมาตรา 1480 ปี 2533 หากเป็นสินสมรสและคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ยินยอม นิติกรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้รั
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตลอดจนคำสั่งที่ให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยาน ให้ศาลชั้นต้นชี้สองสถานและสืบพยานในปัญหาที่ว่าที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางปานหรือไม่ และนางปานได้ให้ความยินยอมในการทำสัญญาจะซื้อจะขายหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2532 จำเลยให้การว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภริยา แต่ไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าฟ้องเกี่ยวกับสินสมรส ศาลชั้นต้นงดชี้สองสถานและงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2539นาย ไล้ เที่ยงธรรมโจทก์นาย ประสงค์ จันทร์โภชาจำเลย ป.พ.พ. ม. 1476, ม. 1480 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2533 กฎหมายมิได้บัญญัติว่าถ้าสามีฟ้องคดีจะต้องได้รับความยินยอมจากภริยาเสียก่อนทุกกรณีคู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดฟ้องคดีต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก็เฉพาะการฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทั้งสองฝ่ายต้องจัดการร่วมกันตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1476สำหรับคดีนี้ปรากฎว่าจำเลยให้การแต่เพียงว่าโจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภริยาโดยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องเกี่ยวกับสินสมรสที่โจทก์กับภริยาต้องจัดการร่วมกันตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวจึงไม่มีประเด็นข้อโต้เถียงว่าทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องเป็นสินสมรสอันจะต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายดังนั้นโจทก์ย่อมฟ้องคดีนี้ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากภริยาเสียก่อน โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทเมื่อวันที่8ธันวาคม2532จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1480ก่อนแก้ไขในปี2533ซึ่งบัญญัติว่า"ในการจัดการสินสมรสถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปโดยปราศจากความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งนิติกรรมนั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน"ดังนั้นหากที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับป. และป. มิได้ให้ความยินยอมในการทำสัญญาจะซื้อจะชายนิติกรรมดังกล่าวย่อมไม่สมบูรณ์โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญามิได้คดีจึงต้องฟังข้อเท็จจริงให้ได้ความแน่ชัดเสียก่อนว่าที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับป.หรือไม่ถ้าเป็นสินสมรสแล้วป.ได้ให้ความยินยอมด้วยหรือไม่ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดชี้สองสถานและงดสืบพยาน