ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143 - 144/2500

ประเด็นกฎหมาย

เช็คที่สั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือและหายไปก่อนส่งมอบ ผู้รับเช็คโดยไม่สุจริตไม่มีสิทธิเรียกเงินจากผู้สั่งจ่าย และผู้สั่งจ่ายมีสิทธิเรียกเงินคืนหากผู้รับได้รับ

หลักกฎหมาย

เช็คที่สั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ เมื่อไม่ได้มอบให้แก่ผู้ใดและเช็คนั้นหายไปก่อน ผู้ที่ได้รับเช็คไว้โดยไม่สุจริต ผู้สั่งจ่ายย่อมปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นได้ และถ้าผู้นั้นไปรับเงินตามเช็คจากธนาคารมาแล้ว ผู้สั่งจ่ายก็มีอำนาจเรียกเงินคืนจากผู้นั้นได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องคดีที่นายสุดใจ เปรมานนท์ เป็นโจทก์ และให้นายสุดใจ เปรมานนท์ คืนเงิน 5,094 บาท 40 สตางค์กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 1/2 ต่อปี แต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เสร็จ กับให้นายสุดใจ เปรมานนท์ เสียค่าธรรมเนียม 3 ศาล ทั้ง 2 สำนวน กับค่าทนาย 2,000 บาท แก่ร้านสหกรณ์พระนครจำกัดสินใช้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เช็คพิพาท 3 ฉบับเป็นเช็คสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ ลงวันที่ 11 กันยายน 2496 แต่ไม่ได้ส่งมอบให้ผู้ใด เก็บไว้ที่ร้านสหกรณ์ฯ และต่อมาหายไป นายสุดใจได้รับเช็คจากนายชิต พนักงานเดินตลาด ในการชำระค่ายา โดยเช็คหมาย ล.1 ได้รับเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2497 และนำเข้าบัญชีได้รับเงินในวันรุ่งขึ้น ส่วนเช็คหมาย ล.6 และ ล.9 ได

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143 - 144/2500นายสุดใจ เปรมานนท์โจทก์ร้านสหกรณ์พระนครจำกัดสินใช้ โดยนายเล็ก โมนินท์ ผู้จัดการจำเลยร้านสหกรณ์พระนครจำกัดสินใช้โจทก์นายสุดใจ เปรมานนท์จำเลย ป.พ.พ. เช็คที่สั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือนั้น เมื่อไม่ได้มอบให้แก่ผู้ใดโดยเช็คนั้นหายไปเสียก่อน ผู้ใดได้รับเช็คนั้นไว้โดยไม่สุจริต ผู้สั่งจ่ายย่อมปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นได้ และถ้าผู้นั้นไปรับเงินตามเช็คจากธนาคารมาแล้ว ผู้สั่งจ่ายก็มีอำนาจเรียกเงินคืนจากผู้นั้นได้คดีสองสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกนายสุดใจเปรมานนท์ เป็นโจทก์ฟ้องร้านสหกรณ์พระนครจำกัดสินใช้เป็นจำเลยกล่าวว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2496 รวม 2 ฉบับ คือ เช็คเลขที่ ก. 325685 ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สั่งจ่ายเงิน 33,503.38 บาท และเช็คเลขที่ ก.325687 ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สั่งจ่ายเงิน 27,954.56 บาท รวม 2 ฉบับ เป็นเงิน 61,457.94 บาท โดยนายพจน์ ศังขฤกษ์ และนายปัว สาลิคุปต์ เป็นผู้เซ็นสั่งจ่ายในนามจำเลย โจทก์ได้นำเช็คทั้ง 2 ฉบับเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ ที่ธนาคารแหลมทอง เพื่อหักโอนบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์ ๆ คืนเช็คของจำเลยกลับคืนมาให้โจทก์ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายเพราะจำเลยไม่มีเงินฝากในธนาคารพอที่จะจ่าย โจทก์ติดต่อกับจำเลย ๆ ก็บิดพริ้วขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 61,457.94 บาท แก่โจทก์ ให้ชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่ง ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมและค่าทนายแทนโจทก์จำเลยให้การว่า ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายได้ลงลายมือชื่อในเช็คดังกล่าวให้ไว้ในความครอบครองของผู้จัดการเป็นผู้ทรง เพื่อการโอนบัญชี หาได้ส่งมอบแก่โจทก์ไม่ และผู้ตรวจบัญชีได้ประทับตราลง