เมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่โดยอ้างว่าจำเลยอาศัย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะโอนสิทธิการเช่า มิใช่การอาศัย ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจท
เมื่อข้อเท็จจริงที่นำสืบไม่ตรงกับมูลเหตุแห่งฟ้อง โจทก์ย่อมต้องแพ้คดี และศาลไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นที่เกินจากคำฟ้อง
ให้ยกฎีกาโจทก์ โดยพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นนี้แทนจำเลยเป็นเงิน 50 บาท
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย แต่จำเลยต่อสู้ว่าเข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะโอนสิทธิการเช่า และศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้อาศัยตามฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2500นายเอี้ยวคุน แซ่โง้วโจทก์นายบั้กเซี้ย แซ่แต้จำเลย ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากโรงเรือนโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเข้าอยู่โดยไม่ใช่อาศัย แต่อยู่เพราะข้อสัญญาที่โจทก์จะโอนสิทธิการเช่าให้จำเลย แล้วกลับไม่โอน เช่นนี้ ศาลชอบที่จะยกฟ้องเสียโจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิโดยการเช่าในห้องแถวสองชั้นเลขที่ 3/3 ซอยนาคบำรุง ตำบลมหานาค อำเภอป้อมปราบ จังหวัดพระนครเมื่อประมาณ 3-4 เดือนมานี้ จำเลยได้ขออาศัยอยู่ร่วมในห้องเช่าของโจทก์ เฉพาะส่วนหนึ่งของห้องชั้นบนโดยไม่มีกำหนดเวลา เมื่อจำเลยได้เข้ามาอยู่อาศัยแล้วไม่นาน จำเลยกับภรรยาจำเลยมักมีปากเสียงทะเลาะกับโจทก์และภรรยาโจทก์เนือง ๆ โจทก์ได้บอกให้จำเลยขนย้ายไปอยู่ที่อื่น จำเลยก็เพิกเฉยเสีย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่าของโจทก์จำเลยให้การว่า ไม่ได้ขออาศัยอยู่ร่วมกับโจทก์ในห้องเช่าตามฟ้อง .โจทก์ได้หลอกลวงจำเลยว่า จะโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยเป็นราคา 40,000 บาท โดยให้จำเลยวางเงินมัดจำให้โจทก์ 12,000 บาทแล้วให้จำเลยเข้าไปอยู่ในห้องชั้นบนก่อน โดยเสียเงินค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ 60 บาท เมื่อโจทก์หาที่อยู่ได้แล้วโจทก์จะออกไปจากห้องเช่า และโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยอยู่แต่ผู้เดียว แล้วจำเลยจึงชำระเงินค่าโอนอีก 28,000 บาท ให้โจทก์ จำเลยหลงเชื่อจึงชำระเงินมัดจำค่าโอน 12,000 บาท ให้โจทก์ และเข้าอยู่ในห้องชั้นบนทั้งชำระเงินค่าเช่าให้โจทก์ไปแล้ว 3 เดือน เป็นเงิน 180 บาท ต่อมาโจทก์บิดพริ้วไม่ยอมโอนสิทธิการเช่าและไม่ยอมคืนเงิน 12,000 บาทให้จำเลย จำเลยได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจพลับพลาไชยโจทก์ขอคืนเงินมัดจำให้เพียง 7,000 บาท จำเลยไม่ยอมศาลชั้นต้นพิจารณาแล้