ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2500

ประเด็นกฎหมาย

ที่หนองบัวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ และจำเลยมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานหรือไม่ รวมถึงการเพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญาหรือประมวลกฎหมายอาญา

หลักกฎหมาย

หนองบัวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304(2) แม้จำเลยจะอ้างว่าครอบครองทำกินมานาน ก็ไม่อาจยกอายุความขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินได้ตามมาตรา 1306 และการเพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 76 ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 94 ไม่ถือว่าความผิดลหุโทษเป็นความผิดเพื่อการเพิ่มโทษ และ

คำวินิจฉัย

จำเลยมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 334(2) ประกอบพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 117 และ 122 ให้ปรับ 40 บาท โดยไม่เพิ่มโทษ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเข้าไปทำนาในหนองบัวซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามของเจ้าพนักงานที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยเคยถูกฟ้องฐานบุกรุกหนองสาธารณนี้มาก่อน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 334(2)พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2500พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดยโสธรโจทก์นางสา กระจกศรีจำเลย ป.อ. ป.พ.พ. พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 คำสั่งผู้รักษาการแทนนายอำเภอเมื่อ พ.ศ.2496 ห้ามมิให้จำเลยทำนาในหนองสาธารณะ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยเข้าทำนาเมื่อ พ.ศ.2498 ศาลลงโทษจำเลยฐานขัดคำสั่งตาม มาตรา334(2) กฎหมายลักษณะอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา94 ไม่ถือความผิดลหุโทษเป็นความผิดเพื่อเพิ่มโทษ ศาลอุทธรณ์ลงโทษและเพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา76 ถูกต้องตามกฎหมายในเวลานั้นเมื่อจำเลยฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาแก้เป็นไม่เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 หนองสาธารณะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ใครจะอ้างอายุความครอบครองยันต่อแผ่นดินไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 นายเภาเรืองโกสินทร์ ผู้รักษาการแทนนายอำเภอคำเขื่อนแก้ว ได้ออกคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้จำเลยเข้าไปปักดำทำนาในเขตหนองบัวซึ่งทางราชการได้ขึ้นทะเบียนหวงห้ามไว้ เพื่อสาธารณประโยชน์สำหรับคนและสัตว์พาหนะอาศัยใช้น้ำอาบกินร่วมกัน จำเลยได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วต่อมาระหว่างวันที่ 1 ถึง 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 จำเลยบังอาจขัดขืนเข้าไปปักดำทำนาปลูกข้าวในบริเวณที่หนองบัว อันเป็นที่สาธารณ ดังกล่าวแล้วเป็นเนื้อที่ 3 งาน และคงขัดขืนตลอดมาจนวันฟ้อง เหตุเกิดที่ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลมาแล้วครั้งหนึ่ง ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลย25 บาท ตามกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 334(2) จำเลยพ้นโทษยังไม่ถึง 1 ปี มากระทำผิดขึ้นอีก จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 334(2), 76พระราชบั