ปัญหาว่าฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากการฝากทรัพย์ที่ผู้ฝากนำไปใช้แล้วนำกลับมาฝากใหม่ทุกปี ขาดอายุความหรือไม่ และจำเลยยกอายุความครอบครองปรปักษ์ขึ้นต่อสู้ได้หรื
การฝากทรัพย์ซึ่งผู้ฝากเอาคืนไปใช้ทำบุญแล้วนำกลับมาฝากอีก ถือเป็นการฝากใหม่ทุกปี จึงไม่ต้องคำนึงถึงอายุความเรียกทรัพย์คืน และเมื่อจำเลยยกอายุความครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ขึ้นต่อสู้ ศาลจะยกอายุความเรื่องฝากทรัพย์มาใช้เองไม่ได้ ตามมาตรา 193 และ ป.วิ.พ. มาตรา 177
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยส่งทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องคืน ส่งไม่ได้ให้ใช้ราคาทรัพย์ตามที่โจทก์ตีราคาไว้ท้ายฟ้อง และให้จำเลยเสียค่าทนายชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา 175 บาทแทนโจทก์
โจทก์ฝากสิ่งของไว้กับจำเลยตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2483 โดยโจทก์นำสิ่งของบางส่วนไปใช้ในการทำบุญสงกรานต์ทุกปีแล้วนำกลับมาฝากจำเลยอีก เป็นการฝากใหม่ทุกปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 จำเลยปฏิเสธไม่ยอมคืนสิ่งของ โจทก์จึงฟ้องคดี จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ฝากสิ่งของไว้กับบิดามารดาไม่ใช่จำเลย และจำเลยได้สิทธิครอบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2500นายสินชัย ศุภขรรค์ชัยโจทก์นายลิ้ง คล้ายคลึงจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. การฝากทรัพย์ ซึ่งผู้ฝากเอาคืนไปใช้ทำบุญแล้วนำกลับมาฝากอีก เป็นการฝากใหม่ทุกปี จึงไม่ต้องคำนึงถึงอายุความเรียกทรัพย์คืนจำเลยให้การอ้างอายุความได้ทรัพย์ตาม มาตรา1382 ศาลจะยกอายุความเรื่องฝากทรัพย์มาใช้ไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2483 โจทก์ได้ฝากสิ่งของต่าง ๆ ของโจทก์ตามบัญชีท้ายฟ้องรวมราคา 1,847 บาท ไว้กับจำเลยต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2498 เวลากลางวันจำเลยนี้ได้บังอาจมีเจตนาทุจริตคิดเบียดบังเอาทรัพย์ดังกล่าวมาของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ของจำเลยเสีย โดยโจทก์ไปขอของต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในวันสงกรานต์แต่จำเลยไม่ยอมให้ ครั้นเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2498 โจทก์ไปขอของต่าง ๆ คืน จำเลยปฏิเสธขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 314และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,847 บาทแก่โจทก์ศาลจังหวัดราชบุรีไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า จำเลยเถียงกรรมสิทธิ์ในทางแพ่ง ไม่แสดงว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดเบียนเอาทรัพย์ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาทางอาญา ให้หมายเรียกจำเลยมาพิจารณาในทางแพ่งต่อไปในทางแพ่งนี้ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ฟ้องของโจทก์เป็นความเท็จความจริงโจทก์ไม่เคยฝากสิ่งของตามฟ้องไว้กับจำเลย ขณะโจทก์บวชเป็นพระภิกษุได้ส่งของต่าง ๆ หลายอย่างมาให้นายเชื่อม นางไข่ ซึ่งเป็นบิดามารดาโจทก์จำเลยเมื่อ 10 กว่าปีมานี้ นางไข่มารดาจำเลยได้ให้ป้านน้ำจำเลย 3 ป้าน กะบะมุก 1 ใบ ถาดกระเบื้อง 1 ถาด หินบดยาพร้อมด้วยลูกบด 1 หิน โอลาว 1 ใบ พานทองเหลือง 2 ใบ แจกัน 2 คู่ โต๊ะหมู่ 1 โต๊ะ นาฬิกาปารีส 1 เรือน ตุ่ม 2 ตุ่ม แก่จำเลย กับมารดาจำเลยได้ฝากตู้ 2 ตู้ ซึ่งไม่มีหนังสือไว้กับจ