ประเด็นเกี่ยวกับคำฟ้องว่าฟ้องคดีนี้มีประเด็นเฉพาะว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของฝ่ายใด หรือมีประเด็นถึงการครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทด้วย
ฟ้องที่กล่าวถึงการได้กรรมสิทธิ์โดยรับโอนโฉนดและการครอบครองโดยสงบเปิดเผยเป็นเจ้าของมายาวนาน ย่อมมีประเด็นถึงการครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทด้วย ไม่จำกัดเฉพาะเขตโฉนด
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
โจทก์ซื้อที่ดินตามโฉนดและครอบครองมา 20 ปี จำเลยบุกรุก โจทก์ฟ้องขับไล่และห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินตามโฉนด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมากว่า 10 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2500นางมหามนตรีโจทก์นายพิศิษฐ์ อรรถจินดาจำเลย ป.วิ.พ. ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินตามโฉนด (อย่างเก่า) และครอบครองมา 20 ปี จำเลยบุกรุกขอให้ขับไล่ห้ามเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินตามโฉนดดังนี้ มีประเด็นถึงที่ดินที่ครอบครองด้วย โดยไม่ต้องคำนึงว่าเหลื่อมล้ำกับโฉนดหรือไม่โจทก์จำเลยพิพาทเขตที่ดินตามโฉนดซึ่งอยู่ติดต่อกันศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมากว่า 10 ปี ห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องจำเลยฎีกา มีประเด็นเกี่ยวกับคำฟ้อง ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัย ดังนี้"ในเบื้องต้นควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า ฟ้องคดีนี้มีประเด็นแต่ว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของฝ่ายใด หรือว่ามีประเด็นตลอดถึงการครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทด้วย ข้อนี้เห็นว่า ฟ้องได้กล่าวบรรยายไว้ทั้งสองทาง คือขั้นแรกกล่าวถึงการที่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์โดยรับโอนโฉนดซื้อมาและเมื่อรับโอนมาแล้ว โจทก์ก็ได้เข้าครอบครองโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาจนบัดนี้ 20 ปีเศษส่วนตามคำขอท้ายฟ้องที่กล่าวว่า ห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่ดินตามหน้าโฉนดของโจทก์ก็ย่อมหมายถึงที่ดินตามโฉนดที่โจทก์ซื้อมา และที่ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ตามที่บรรยายในฟ้องนั้นเอง"ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริง แล้วพิพากษายืน(ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ-ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร-ประศาสน์วินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ