ปัญหาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 สมคบกับจำเลยที่ 1 มีฝิ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่
เมื่อเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยฝิ่นของกลางในความครอบครองของตน สมตามฟ้องโจทก์แล้ว จำเลยต้องพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของตน
ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ลงโทษนายสิบตำรวจโทเฉลียว จำเลยที่ 2 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เฉพาะเรื่องค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 และ มาตรา 29, 30 โดยกำหนดเวลาสำหรับการกักขังแทนค่าปรับ 1 ปี นอกจากที่แก้ไขนี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยที่ 2 เป็นตำรวจรับฝากชลอมลำใยจากจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่รู้จักสนิทสนม เพื่อนำไปส่งให้บุคคลที่ไม่รู้จัก โดยไม่ตรวจสอบ และเมื่อถูกจับได้ก็ไม่แจ้งชื่อคนฝากหรือคนรับในทันที
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396 - 397/2500พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายบุญนาค เพ็ชร์ทับทิม ที่ 1 นายสิบตำรวจโทเฉลียว มีมาก ที่ 2จำเลยพนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายวีระ กมลยะบุตรจำเลย ป.วิ.อ. คดีเรื่องมีฝิ่นผิด พระราชบัญญัติฝิ่น เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยฝิ่นของกลางในครอบครองของจำเลยสมฟ้องแล้วจำเลยเถียงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เห็นว่ามีฝิ่นอยู่ในของกลาง จำเลยต้องพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์คดีสองสำนวนนี้เป็นกรณีเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันมาโจทก์ฟ้องรวมใจความว่า จำเลยที่ 2 รับราชการเป็นตำรวจประจำกองสื่อสารทางอากาศดอนเมือง กรมตำรวจ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม2498 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามบังอาจสมคบกันมีฝิ่นดิบ จำนวน2,920 กรัม และฝิ่นสุก ซึ่งไม่ใช่ฝิ่นของรัฐบาล จำนวน 1,760 กรัมรวมจำนวน 4,680 กรัม คิดคำนวณราคาฝิ่นสุกซึ่งรัฐบาลขายในขณะกระทำผิดกรัมละ 4 บาท 50 สตางค์ เป็นราคา 21,060 บาท ไว้ในความครอบครองของจำเลย โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลบางเขน อำเภอบางเขน จังหวัดพระนครและที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนนี้จำเลยที่ 1 เคยต้องโทษมาแล้วตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง จึงขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา 53 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2494 มาตรา 6 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63, 72นายบุญนาค จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามข้อหาทุกประการตลอดจนเรื่องเคยต้องโทษมาแล้วนายสิบตำรวจโทเฉลียว จำเลยที่ 2 และนายวีระ จำเลยที่ 3 ปฏิเสธข้อหาศาลชั้นต้นทำการพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสามได้สมคบกันมีฝิ่นของกลางไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจริงดังข้อหา จึงพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระรา