ปัญหาว่าควรรอการลงโทษจำเลยตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่
จำเลยที่เป็นคนอันธพาลและมีพฤติการณ์ร้ายแรง ไม่สมควรได้รับการรอการลงโทษ
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามไปทีเดียวตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (จำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน)
จำเลยทั้งสามสมคบกันทำร้ายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส (ซี่โครงหัก 2 ซี่ รักษาตัว 80 วัน) โดยเริ่มจากจำเลยที่ 1 ลงมาตบหน้าผู้เสียหายโดยไม่มีสาเหตุ จากนั้นจำเลยทั้งสามรุมทำร้ายผู้เสียหายจนล้มลง และระหว่างประกันตัวจำเลยที่ 3 ยังไปชกผู้เสียหายอีกครั้ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2500พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายเอี๋ยว แซ่ชิ้น ที่ 1 นายเยี้ยง หรือเยี่ยง แซ่ชิ้น ที่ 2 นายเล็ก แซ่เจ็ง ที่ 3จำเลย ป.อ. การทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส โดยลักษณะอันธพาล ไม่ควรรอการลงโทษคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 256 โดยกล่าวว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายนายย่งกัง หรือเอี่ยวกัง มีบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2497 ที่ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนครจำเลยให้การต่อสู้ว่า ผู้เสียหายกับพวกกลุ้มรุมทำร้ายจำเลย ๆจึงต้องต่อสู้ป้องกันตัวศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายนายย่งกังมีบาดเจ็บสาหัสจริง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 ให้จำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ลดโทษตามมาตรา 59ให้คนละ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้คนละ 1 ปี 4 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยสมคบถันทำร้ายผู้เสียหายมีบาดเจ็บสาหัสจริง แต่เห็นสมควรรอการลงโทษจำเลย จึงพิพากษาแก้ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 3 ไว้คนละ 3 ปีโจทก์ฎีกาขอไม่ให้รอการลงโทษจำเลย แต่ส่งสำเนาฟ้องฎีกาให้จำเลยไม่ได้ เพราะหาตัวไม่พบศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาคดีนี้แล้ว ข้อเท็จจริงคงฟังว่าในคืนวันเกิดเหตุจำเลยทั้ง 3 ได้สมคบกันกลุ้มรุมทำร้ายนายย่งกังมีบาดเจ็บถึงซี่โครงหัก 2 ซี่ นายย่งกังต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลโดยทำการงานตามปกติไม่ได้ 24 วัน และต้องรักษาตัวกว่าจะหายสนิทกินเวลาประมาณ 80 วัน ความผิดของจำเลยจึงต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 (อันมีอัตราโทษเบากว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297) ดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วางบทมาปัญหามีว่าควรรอการลงโทษจำเลยดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเรื่องนี้เดิมจำเลยมีข้อโกรธเคืองอยู่กับผู้เส