ตั๋วแลกเงินที่ระบุว่าไม่จำต้องมีคำคัดค้าน ผู้ทรงไม่ต้องทำคำคัดค้านเมื่อไม่ได้รับชำระเงิน
ตั๋วแลกเงินที่ผู้จ่ายลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้านหน้าถือเป็นการรับรองแล้ว ผู้ทรงไม่ต้องยื่นให้รับรองอีก และเมื่อตั๋วมีข้อกำหนดว่าไม่จำต้องมีคำคัดค้าน ผู้ทรงไม่ต้องทำคำคัดค้านเมื่อไม่ได้รับชำระเงิน
พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 45,000 บาท พร้อมค่าชักส่วนลดร้อยละ 1 ใน 6 ต่อปี และดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับแต่วันถึงกำหนดจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกคำขอส่วนดอกเบี้ยค้าง 2,531.25 บาท
จำเลยที่ 1 ออกตั๋วแลกเงินสั่งจ่ายให้โจทก์ 45,000 บาท กำหนดชำระวันที่ 30 กรกฎาคม 2497 จำเลยที่ 2 ลงชื่อรับรองไว้ด้านหน้าตั๋ว ตั๋วมีข้อความว่า "ไม่จำต้องมีคำคัดค้าน" เมื่อถึงกำหนดโจทก์ยื่นตั๋วให้จำเลยที่ 2 ชำระแต่ไม่ชำระ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2500ธนาคารกสิกรไทย จำกัด โดยนายประเสริฐ จุลละเกศ ผู้จัดการโจทก์นายสุวัฒน์ วิโรจน์วัทน์ ที่ 1 นายบักลิ้ม แซ่เตียว ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ตั๋วแลกเงินที่ผู้สั่งจ่ายเขียนข้อกำหนดลงไว้ว่าไม่จำต้องมีคำคัดค้านนั้น เมื่อถึงกำหนดผู้ทรงยื่นตั๋วเงินให้ผู้รับรองจ่ายเงินผู้รับรองไม่จ่ายผู้ทรงไม่ต้องทำคำคัดค้านโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นธนาคารกสิกรไทย จำกัด จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เลขทะเบียนที่ 940 โดยนายประเสริฐ จุลละเกศเป็นผู้จัดการสาขาจังหวัดนครราชสีมาซึ่งได้รับมอบอำนาจตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจท้ายคำฟ้อง เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2497 จำเลยที่ 1 ได้ออกตั๋วแลกเงินเลขที่ ร.16/2497 ลงวันที่ 30 มกราคม 2497ให้โจทก์เป็นเงิน 45,000 บาท และจำเลยที่ 1 ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากโจทก์แล้วโดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่ายสั่งให้จำเลยที่ 2 ผู้จ่ายใช้เงิน 45,000 บาทให้โจทก์ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2497 ตามสำเนาตั๋วแลกเงินท้ายคำฟ้องการออกตั๋วแลกเงินรายนี้จำเลยตกลงยินยอมชำระค่าส่วนลดซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมของธนาคารในอัตราหมื่นละ 200 บาทต่อ 1 เดือนทุก ๆ เดือน ให้แก่โจทก์ต่างหากจากดอกเบี้ยซึ่งตกลงชำระให้โจทก์อีกร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ครั้นครบกำหนดชำระเงินในวันที่ 30 กรกฎาคม 2497 จำเลยที่ 2 ซึ่งทราบกำหนดชำระเงินดีแล้วก็ไม่ชำระเงิน 45,000 บาท รวมทั้งเงินค่าส่วนลดและดอกเบี้ยให้โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยชำระจำเลยเพิกเฉยเสียจึงถือได้ว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาชำระเงินต่อโจทก์จำเลยค้างเงินค่าส่วนลด 9 เดือนเป็นเงิน 8,100 บาท กับดอกเบี้ยค้างชำระ 2,531 บาท 25 สตางค์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงิน 45,000 บาท เงินค่าส่วนลด 8,100 บาทและดอกเบี้ย 2,531 บาท 25 สตางค์กับดอกเบี้ยในอั