ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2500

ประเด็นกฎหมาย

หุ้นส่วนคนหนึ่งไม่ทำบัญชีรับจ่าย ไม่แบ่งผลกำไร และอ้างว่าโจทก์ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน โจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งขอเลิกและชำระบัญชีได้

หลักกฎหมาย

ตามพฤติการณ์ที่จำเลยไม่ทำบัญชีรับจ่าย และไม่แบ่งผลกำไร กลับอ้างว่าโจทก์ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน ประกอบกับมีข้อขัดแย้งกันตลอดมา ถือได้ว่ามีเหตุทำให้หุ้นส่วนรายนี้เหลือวิสัยที่จะดำรงอยู่ต่อไปได้ ตามมาตรา 1057(3) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี และให้จำเลยเสียค่าทนายชั้นฎีกา 500 บาทแทนโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน กิจการโรงสีข้าว โดยโจทก์ลงทุน 32,500 บาท จำเลยที่ 1 ลงทุน 11,464 บาท จำเลยที่ 2 ลงทุน 2,184 บาท จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการและตกลงทำบัญชีรับจ่ายและแบ่งผลกำไรทุกเดือน แต่ไม่เคยทำบัญชีและไม่เคยแบ่งผลกำไร จำเลยที่ 1 พูดว่าโจทก์ไม่มีหุ้นส่วนในห้าง โ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2500นายฟอง กระจาดเงินโจทก์นายพลอย สนิท ที่ 1 นายเยื้อน นามเสนาะ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. หุ้นส่วนคนหนึ่งไม่ทำบัญชีรับจ่าย ไม่แบ่งผลกำไร และอ้างว่าโจทก์ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งขอเลิกและชำระบัญชีได้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2496 โจทก์จำเลยทั้งสองได้ตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ โดยไม่จดทะเบียน ซึ่งตั้งอยู่ตำบลบ้านไทรโรงโขน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โดยทำกิจการเป็นโรงสีข้าว รับจ้างสีข้าวเพื่อหารายได้แบ่งผลกำไรซึ่งกันและกันระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ห้างหุ้นส่วนนี้โจทก์ลงทุนเป็นเงิน 32,500 บาท นายพลอยจำเลยลงทุนเป็นเงิน 11,464 บาท นายเยื้อนจำเลยลงทุนเป็นเงิน 2,184 บาท ในการดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนนี้จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการ และตกลงให้จำเลยทำสมุดบัญชีแสดงรายการรับจ่ายและแบ่งเงินกำไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุก ๆ เดือน นับแต่ดำเนินงานมาจำเลยไม่เคยทำบัญชีรับจ่ายและไม่เคยแบ่งผลกำไรแก่ผู้หุ้นส่วนเลย และในขณะนี้เครื่องยนต์ก็ชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถดำเนินกิจการได้ ครั้นจะดำเนินไปก็มีแต่จะขาดทุนอย่างเดียวยิ่งกว่านั้นจำเลยที่ 1 ยังเที่ยวพูดว่าโจทก์ไม่มีหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนรายนี้ โจทก์พยายามติดต่อกับจำเลยขอเลิกหุ้นส่วนและชำระบัญชี แต่จำเลยไม่ยอม โจทก์ได้แนบสัญญาห้างหุ้นส่วนมาพร้อมกับฟ้องด้วย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีหุ้นส่วนกับจำเลยเป็นเงิน 32,500 บาท และให้ห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นอันเลิกกันกับตั้งผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าจำเลยไม่เคยตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญกับโจทก์ดังฟ้องเลย ความจริงโรงสีตามฟ้องเป็นของนายพลอยจำเลยแต่ผู้เดียว โดยนายพลอยจำเลยซื้อมาจากนายถวิล ศรีพงษ์สุทธิเมื่อซื้อ