จำเลยจะนำสืบพยานหักล้างเอกสารสัญญากู้ยืมเงินที่ระบุว่าได้รับเงินแล้ว โดยอ้างว่าถูกหลอกลวงให้ทำสัญญาแทนใบรับฝากขาย และไม่ได้รับเงินตามสัญญาได้หรือไม่
เอกสารสัญญากู้ยืมเงินที่มีข้อความว่าจำเลยได้ยืมเงินโจทก์ไป ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยได้รับเงินที่ยืมนั้นแล้ว จำเลยจะนำสืบพยานหักล้างเอกสารดังกล่าวไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เว้นแต่จะมีข้อต่อสู้ที่ทำให้หนี้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งต้องบรรยายให้ชัดแจ้งตามมาตรา 177
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของจำเลยเสีย ค่าทนายความในชั้นฎีกาให้เป็นพับไป
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ 22,000 บาท จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้และไม่ได้รับเงิน ต่อสู้ว่าโจทก์หลอกลวงให้ทำสัญญากู้แทนใบรับฝากขายเครื่องอะไหล่รถยนต์ แต่จำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์จริง และไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลอกลวงในคำให้การ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2500นายโป แซ่ตั้งโจทก์นางวรรณเพ็ญ ใบหยกจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. เอกสารความว่า จำเลยได้ยืมเงินโจทก์ไป ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยได้รับเงินที่ยืมแล้ว จำเลยรับว่า ทำเอกสารยืมเงินให้โจทก์ แต่ต่อสู้ว่าไม่ได้รับเงินโดยโจทก์หลอกลวงให้ทำ เนื่องจากโจทก์ฝากเครื่องอะไหล่รถยนต์ให้จำเลยขาย ไม่เรียกว่าจำเลยอ้างเหตุที่ทำให้หนี้ไม่สมบูรณ์ จำเลยนำสืบพยานไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2496 จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป 22,000 บาท โดยทำหนังสือกู้ให้ไว้ดังสำเนาท้ายฟ้องได้ตกลงกันด้วยวาจาว่าจำเลยจะนำเงินมาชำระคืนใน 1 เดือน นับแต่วันทำสัญญากู้ ครั้นครบกำหนดแล้วโจทก์ไปทวงถาม จำเลยกลับปฏิเสธและขอผัดผ่อนเรื่อยมา จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระต้นเงิน 22,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยให้การและเพิ่มเติมคำให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ และไม่เคยได้รับเงินตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องจากโจทก์เลยต่อสู้ว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2496 โจทก์ได้นำเครื่องอะไหล่รถยนต์มาฝากจำเลยขาย ราคาประมาณ 20,000 บาท โดยมีข้อสัญญาว่าเมื่อจำเลยขายได้เงินเท่าใด โจทก์จะมารับเงินจำนวนนั้นไปจากจำเลย ในการรับฝากนี้โจทก์ได้ล่อลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในเอกสารท้ายฟ้องซึ่งไม่ได้ประทับตราและปิดอากรแสตมป์ สัญญาที่โจทก์ฟ้องไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2496 โจทก์ได้รับเงินค่าขายเครื่องอะไหล่รถยนต์ซึ่งจำเลยขายได้ไปเป็นเงิน 8,304 บาทและวันที่ 4 เมษายน 2496 รับเงินไปจากจำเลยอีก 2,000 บาท รวม 2 คราวเป็นเงิน 10,304 บาท มีใบรับเงิน แต่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์เครื่องอะไหล่รถยนต์ยังคงเหลืออยู่ที่จำเลยอีก คิดเป็นราคาประมาณ 9,000 บาท ยังขายไม่ได้โจทก์เร่งรัดจะเอาเงินสด จำ