ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2500

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

หลักกฎหมาย

การกระทำโดยบันดาลโทสะต้องเกิดจากการถูกยั่วโทสะโดยไม่เป็นธรรม และผู้กระทำมิได้เป็นฝ่ายเริ่มวิวาทก่อน

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้จำคุกจำเลยสามปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 72

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นายขันธ์กล่าวเสียดสีภรรยาจำเลย ไล่จำเลยและบิดาจำเลยออกจากวัดต่อหน้าชุมนุมชน และยิงบิดาจำเลย จำเลยไม่ได้วิวาทก่อน ภายหลังจึงทำร้ายนายขันธ์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2500พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดไชยาโจทก์นายเฉย แซ่เห้งจำเลย ป.อ. ข. กล่าวเสียดสีไล่จำเลยออกจากวัดต่อหน้าชุมนุมชนและยิงบิดาจำเลย โดยจำเลยไม่ได้วิวาทด้วย จำเลยยิง ข. ตายเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกฝ่ายหนึ่ง กับนายขันธ์ฝ่ายหนึ่งวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน นายขันธ์ถูกจำเลยกับนายเฉี้ยงฆ่าตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 253 ให้ลงโทษบทหนักคือ มาตรา 249จำคุกจำเลย 15 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาปรึกษาคดีแล้ว ได้ความว่าที่วัดบางครามมีงานเลี้ยงพระบนโรงฉัน ทุเรียนลูกแรกฉีกออกเพื่อเลี้ยงพระ ทุเรียนไม่สุก นางริมภรรยาจำเลยขอทุเรียนไม่สุกให้บุตรกิน นายขันธ์ กำนันพูดกับนางริมใช้ถ้อยคำแสลงหู คือนายขันธ์พูดว่า เอาให้ลูกกินได้หรือ ไม่รู้ภาษาได้กับเจ๊กกับจีน นางริมโต้ตอบไปบ้างแล้วกลับบ้านต่อมานายตี้หน่ายบิดาจำเลยไปที่โรงฉันต่อว่านายขันธ์ จำเลยและนายเฉี้ยงผู้เป็นบุตรนายตี้หน่ายลงจากโรงฉันไปยืนอยู่กับบิดาโจทก์นำสืบว่านายขันธ์ชี้แจ้งแก่นายตี้หน่ายว่า นายขันธ์ไม่ได้ว่ากระไรนายตี้หน่าย แต่นายตี้หน่ายไม่ฟัง นายขันธ์กลับไปเอาปืนลูกซองจากบ้าน และสั่งให้นายเขียว ผู้ใหญ่บ้านไล่จับนายตี้หน่ายและไล่จำเลยกับนายเฉี้ยงให้ออกจากวัด โจทก์นำสืบว่า นายตี้หน่ายเดินรี่เข้าไปที่นายขันธ์พร้อมด้วยทั้งยกมีดในท่าฟัน จำเลยและนายเฉี้ยงอยู่ในที่นั้นด้วย นายขันธ์ห้ามไม่ให้นายตี้หน่ายเข้าไปใกล้ นายตี้หน่ายก็ยังถือมีดอยู่ในมือ นายขันธ์เอาปืนยิงไปนัดหนึ่ง กระสุนปืนถูกทรวงอกนายตี้หน่าย ๆ ทรุดตัวลงและกระสุนปืนถูกนายเฉี้ยงที่ขา นายขันธ์ยิงแล้ววิ่งหนี จำเลยวิ่งไล่นายขันธ์ล้มล