ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2500

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าการเช่าที่ดินพิพาทเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการค้า และผู้เช่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 หรื

หลักกฎหมาย

การวินิจฉัยว่าเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการค้า ศาลพิจารณาตามความเป็นจริง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะตัวอักษรในสัญญาเช่าเท่านั้น

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืน ให้ยกฎีกาของจำเลย และให้จำเลยเสียค่าทนายความชั้นนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 75 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินที่เช่าอยู่ในย่านตลาดและเป็นทำเลการค้า จำเลยทำการค้าด้วยตนเองและให้ผู้อื่นเช่าอาคารเปิดร้านค้า จดทะเบียนการค้า และยอมทำสัญญาเช่าเพิ่มค่าเช่าจากเดือนละ 2 บาท เป็น 41.50 บาท

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2500วัดไทรย์ โดยนายเจริญ ศิลป์กนก ไวยาวัจกรโจทก์นางเชย เทียนสวัสดิ์จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 การวินิจฉัยการเช่าว่า เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อค้านั้นศาลพิจารณาตามความเป็นจริง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะตัวอักษรในสัญญาเช่าเท่านั้น เช่าอาคารในย่านตลาด และทำการค้าไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯคดีเรื่องนี้ วัดไทรย์เป็นโจทก์ฟ้องใจความว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2490 นายอ่อนสามีจำเลยได้เช่าที่ธรณีสงฆ์ของโจทก์ตอนบริเวณริมคลองสนามชัย ตำบลบางขุนเทียน อำเภอบางขุนเทียนจังหวัดธนบุรี เนื้อที่ประมาณ 296 ตารางเมตร อัตราค่าเช่าเดือนละ 41 บาท 50 สตางค์ เพื่อปลูกสร้างอาคารทำการค้าขาย เพราะที่ดินบริเวณนี้เป็นทำเลการค้า มีกำหนดเวลาเช่ากัน 1 ปี พ้นกำหนดแล้วให้สิ่งปลูกสร้างตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ปรากฏตามหนังสือสัญญาเช่าท้ายฟ้อง แล้วนายอ่อนได้ปลูกสร้างอาคารเลขที่ 52 ขึ้นและทำการค้าตลอดมา จน พ.ศ. 2494 นายอ่อนถึงแก่กรรม จำเลยได้เช่าสืบเนื่องต่อมาตามสัญญาเช่าเดิมและทำการค้าขายสืบแทนต่อไปกับปลูกเพิ่มอีก 3 หลังพ.ศ. 2494 คณะสังฆมนตรีอนุมัติให้โจทก์ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ภายในบริเวณที่ธรณีสงฆ์ตามแผนผังการบูรณะท้ายฟ้องเพื่อให้ต้องกับนโยบายของรัฐบาล บริเวณที่ที่จำเลยเช่าจะต้องรื้อถอนเพื่อสร้างเขื่อนใหม่ต่อจากแนวเขื่อนเดิม โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบและบอกเลิกการเช่าแล้ว ขอให้จำเลยย้ายไปอยู่ในบริเวณริมคูขุดใหม่ตามแผนผังหมายสีเหลือง ซึ่งนางล้วน บุตรีของจำเลยได้จับสลากขอเช่าแทนที่เดิมแล้ว แต่จำเลยไม่ยินยอม เป็นการติดขัดแก่การบูรณะตามแผนผังนั้น และจำเลยค้างค่าเช่าอยู่ 22 เดือนเป็นเงิน 913 บาท จึงขอให้จำเลยและบริวารออกไปจากอา