การรับฟังพยานหลักฐานที่ยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้าโดยศาลใช้อำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87(2) เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
แม้ ป.วิ.พ. มาตรา 87(2) ห้ามรับฟังพยานที่ฝ่าฝืนมาตรา 88 และ 90 แต่มาตรา 87(2) วรรคท้ายให้อำนาจศาลรับฟังพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีได้ หากเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องสืบพยานนั้น
พิพากษายืน
โจทก์เบิกความเป็นพยานปากแรกโดยพลั้งเผลอไม่ได้ระบุอ้างตนเองในบัญชีระบุพยาน จำเลยไม่ทักท้วงก่อนโจทก์เบิกความ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขออ้างตนเองเป็นพยานเมื่อเสร็จการพิจารณาแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2500นายจันหอม บุตตรเทพโจทก์นางทองคำ จารุจินดาจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์เบิกความเป็นพยานปากแรกโดยพลั้งเผลอ ไม่ได้ระบุอ้างตัวเองไว้ในระบุพยาน จึงร้องขออ้างเพิ่มเติมเมื่อเสร็จการพิจารณาแล้ว จำเลยไม่ได้ทักท้วงก่อนโจทก์เบิกความศาลรับฟังคำโจทก์ได้เพื่อความยุติธรรมศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกามีปัญหาข้อกฎหมาย ดังนี้"ฯลฯ ข้อที่จำเลยฎีกาคัดค้านว่า โจทก์เพิ่งยื่นคำร้องขออ้างตัวเองเป็นพยานเมื่อเสร็จการพิจารณาแล้ว ศาลไม่ควรรับฟังคำตัวโจทก์นั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืน มาตรา 88 และมาตรา 90 คือต้องยื่นบัญชีระบุพยานและยื่นสำเนาเอกสารต่อศาล และส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วันก็ดีแต่ใน มาตรา 87(2) นั้นเองได้บัญญัติไว้ว่า "ฯลฯ แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้" เรื่องนี้โจทก์ได้เข้าเบิกความเป็นพยานปากแรก โดยพลั้งเผลอไม่ได้ระบุอ้างตัวโจทก์ไว้ในบัญชีระบุพยานซึ่งได้ยื่นไว้ตามมาตรา 88 แล้ว และจำเลยก็ไม่ทักท้วงเสียก่อนที่ตัวโจทก์จะเบิกความเป็นพยาน ศาลได้สืบตัวโจทก์และหลักฐานพยานอื่นเสร็จไปแล้วตัวโจทก์เป็นพยานสำคัญแห่งประเด็นในคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลชั้นต้นอนุญาต และศาลอุทธรณ์รับฟังคำตัวโจทก์มาชอบด้วยกฎหมายแล้ว"พิพากษายืน(นนทปัญญา-นนทประชา-ดุลยการณ์โกวิท)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมาย