การฟ้องขอให้จ่ายเงินสินบนและรางวัลตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 ไม่จำเป็นต้องอ้างมาตรา 9
สายลับที่นำจับมีสิทธิได้รับเงินสินบน และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับรางวัล โดยไม่จำเป็นต้องอ้างมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 หากได้ขอไว้ในชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แล้ว
พิพากษาแก้โดยให้จ่ายเงินสินบนร้อยละ 30 และจ่ายรางวัลร้อยละ 25 ของราคาของกลางแก่ผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้จับกุมตามลำดับ การกักขังแทนค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29-30 แต่ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทุกประการ
ก่อนที่เจ้าพนักงานจะทราบว่าจำเลยกระทำความผิด มีสายลับส่วนตัวของนายร้อยตำรวจเอกมาแจ้งให้ทราบ จึงมีการจับกุมจำเลยพร้อมของกลาง และโจทก์ได้ขอให้จ่ายสินบนและรางวัลไว้ในชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2500พนักงานอัยการประจำศาลกบินทร์บุรีโจทก์นายเหมา แซ่เจียจำเลย ป.วิ.อ. พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 การฟ้องขอให้จ่ายเงินสินบนและรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด 2489 ไม่จำต้องอ้างมาตรา 9ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ฐานนำสุราเข้ามาผิด พระราชบัญญัติศุลกากร 2469 มาตรา 27 ฉบับที่ 11 2490 ปรับ 71,079.64 บาท ริบสุราของกลาง แต่ไม่ให้ค่าสินบนและรางวัลนำจับ โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลฎีกาปรึกษาคดีนี้แล้วปรากฏว่าได้นำส่งสำเนาคำฟ้องฎีกาให้จำเลยไม่ได้ จึงพิจารณาและพิพากษาต่อไปตามกระบวนความ ข้อวินิจฉัยในชั้นนี้คงมีเพียงเฉพาะข้อที่โจทก์คัดค้านขึ้นมาเท่านั้น ข้อเท็จจริงได้ความตามคำพยานโจทก์ว่า ก่อนที่เจ้าพนักงานจะทราบว่าจำเลยได้กระทำความผิดก็โดยมีสายลับส่วนตัวของนายร้อยตำรวจเอกธรรมนูญ มาแจ้งให้นายร้อยตำรวจเอก ธรรมนูญทราบ จึงได้มีการจับกุมจำเลยได้พร้อมด้วยของกลาง สายลับที่นำจับย่อมมีสิทธิได้รับเงินสินบน และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิด มีสิทธิได้รับรางวัลโจทก์ก็ได้ขอไว้ในชั้นต้นและชั้นศาลอุทธรณ์แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องอ้าง มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 ดังศาลอุทธรณ์กล่าวจึงพิพากษาแก้โดยให้จ่ายเงินสินบนร้อยละ 30 และจ่ายรางวัลร้อยละ 25 ของราคาของกลางแก่ผู้นำจับ และเจ้าพนักงานผู้จับกุมตามลำดับ การกักขังแทนค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29-30 แต่ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทุกประการ"(ดุลยการณ์โกวิท-นนทปัญญา-นนทประชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต