ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2500

ประเด็นกฎหมาย

ลูกหนี้ร่วมคนใดคนหนึ่งต้องรับผิดชำระหนี้ทั้งหมด

หลักกฎหมาย

แม้จะมีผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมอยู่ด้วยกันหลายคน ก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องให้จำเลยรับผิดชำระหนี้รายนี้ทั้งหมดในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม

คำวินิจฉัย

ให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสอง ค่าธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทพายัพวนกิจ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จองหุ้น ที่ประชุมตั้งบริษัทมีมติจ่ายค่าบำเหน็จแก่โจทก์ 3,000 บาท และโจทก์ทดรองจ่ายเงินพาหนะ 96 บาท

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2500นายประสิทธิ์ กล้าหาญโจทก์พระยาดุลยธรรมธาดาราชวรสภาบดี (เสียง ดุลยจินดา) ที่ 1จำเลยคุณหญิงดุลยธรรมธาดาราชวรสภาบดี (พงา ดุลยจินดา) ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ลูกหนี้ร่วมคนใดคนหนึ่งต้องรับผิดชำระหนี้ทั้งหมดคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ 1 เป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทพายัพวนกิจ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จองหุ้นจำเลยทั้งสองได้จ้างโจทก์ดำเนินการจัดตั้งบริษัทนั้นตามที่ได้จดทะเบียนหนังสือบริคณสนธิไว้แล้ว ตกลงค่าจ้างกันตามที่ที่ประชุมตั้งบริษัทจะได้มีมติกำหนดให้ โจทก์ตกลงและจัดการต่าง ๆ ให้จนกระทั่งวันที่ 4 ตุลาคม 2494 ที่ประชุมตั้งบริษัทพายัพวนกิจ จำกัด ได้มีมติจ่ายเงินค่าบำเหน็จแก่โจทก์เป็นเงิน 3,000 บาท นอกจากนี้โจทก์ยังได้ทดรองจ่ายเงินพาหนะในการไปที่ต่าง ๆ ตามที่จำเลยสั่งรวมเป็นเงิน 96 บาท โจทก์ได้ทวงถามเงินสองจำนวนนี้จากจำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยไม่ยอมชำระให้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินสองจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยเป็นผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทพายัพวนกิจ จำกัด และที่ประชุมตั้งบริษัทได้ลงมติให้บำเหน็จแก่โจทก์เป็นเงิน 3,000 บาทจริง แต่ต่อสู้เป็นใจความว่า จำเลยไม่ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์ดังฟ้องและบริษัทพายัพวนกิจนี้ จดทะเบียนเป็นบริษัทไม่สำเร็จ โดยโจทก์ไม่ขวนขวายให้เป็นผลสำเร็จ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยเป็นแต่เพียงผู้จองหุ้นในบริษัทพายัพวนกิจ ต่อสู้ว่า ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทำนองเดียวกับคำให้การจำเลยที่ 1 กับตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างซึ่งโจทก์เป็นทนายและทำไปตามหน้าที่ทนาย โจทก์ฟ้องคดีเกิน 2 ปีแล้ว ขาดอายุความตาม มาตรา 165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย