การที่จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย แล้วทนายจำเลยฎีกาแทนจำเลยนั้น ศาลฎีกาจะพิจารณาคดีได้หรือไม่
กรณีที่จำเลยไม่มีตัวอยู่จะพิจารณาคดีของจำเลยไม่ได้ เพราะไม่ใช่กรณีที่ส่งสำเนาฟ้องให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 201 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. พ.ศ. 2499
ศาลฎีกาสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบ
โจทก์ฟ้องขับรถชนคนบาดเจ็บโดยประมาท ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 6 เดือน จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นออกหมายจับแต่ไม่ได้ตัว จึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ทนายจำเลยฎีกาแทน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2500พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายเริ่ม หมุดอุบล ที่ 1 นายเม้ง แซ่ตั้ง ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. ม. 201 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน แต่ไม่ได้ตัวจำเลยมาฟัง คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับเมื่อไม่ได้ตัวมาหลัง 1 เดือน จึงอ่านคำพิพากษาไปทนายจำเลยได้ใช้สิทธิฎีกาแทนจำเลยศาลฎีกาสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบเพราะถือว่าจำเลยไม่มีตัวอยู่ขณะจะพิจารณาคดีในชั้นฎีกากรณีไม่เข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 201ซึ่งมีแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ.2499(ฎีกาที่ 223/2500)เพราะไม่ใช่เป็นกรณีที่ส่งสำเนาฟ้องให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขับรถยนต์ชนคนบาดเจ็บโดยประมาทจำเลยให้การปฏิเสธศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 259 และพ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2477 ม. 66 และ พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2484 ให้จำคุกจำเลย 6 เดือนจำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับ แต่ยังไม่ได้ตัวมา ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ทนายจำเลยที่ 1 ฎีกาแทนจำเลยที่ 1ศาลฎีกาว่าปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีตัวอยู่จะพิจารณาคดีของจำเลยไม่ได้ จึงสั่งจำหน่ายคดีเสีย(มนูกิจวิมลอรรถ-ดุลยพากย์สุวมัณฑ์-ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ