ปัญหาว่าโจทก์ซื้อที่ดินโดยสุจริตหรือไม่ และจำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ รวมถึงปัญหาว่าคำให้การของจำเลยเคลือบคลุมหรือไม่ และหน้าที่นำ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801 - 802/2500นายรส พฤกษาโจทก์นายชาย รอดฤดีจำเลยนายรส พฤกษาโจทก์นายสอน บางระหงจำเลย ป.วิ.พ. ป.พ.พ. จำเลยให้การว่าโจทก์จดทะเบียนซื้อที่ดินโดยไม่สุจริตและกล่าวต่อไปว่าก่อนฟ้องโจทก์รังวัดที่ดินแล้ว ก่อนซื้อผู้ขายก็ได้รังวัดแล้วจำเลยยืนยันว่าจำเลยครอบครองอยู่ ดังนี้เป็นคำให้การชัดแจ้งว่าโจทก์ไม่สุจริตเพราะรู้แล้วว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทอยู่ ไม่เคลือบคลุมโจทก์ฟ้องขับไล่จากที่ๆ โจทก์ซื้อมาตามหน้าโฉนดจำเลยให้การว่าจำเลยครอบครองมานาน ไม่ชัดว่าจำเลยรับหรือไม่รับว่าเป็นที่ในโฉนดในวันชี้สองสถานจำเลยแถลงไม่รับรองแผนที่วิวาทเป็นการอธิบายความในคำให้การว่าที่วิวาทไม่อยู่ในเขตโฉนดศาลรับฟังคำแถลง และให้โจทก์นำสืบก่อนได้ ไม่จำต้องทำคำร้องแก้เพิ่มเติมคำให้การซื้อที่ดินมีโฉนดโดยรู้เขตที่ผู้ขายและเจ้าของข้างเคียงครอบครองอยู่ต่อมารังวัดปรากฏว่าโฉนดคลุมถึงที่ข้างเคียงด้วย ไม่เรียกว่าซื้อโดยสุจริตอันจะมีสิทธิดีกว่าผู้ครอบครองที่ข้างเคียงนั้นฎีกาที่ขอให้ถือเอาความเห็นแย้งในชั้นอุทธรณ์เป็นส่วนหนึ่งของฎีกานั้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยจำเลยอ้างพยานเพิ่มเติมเมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จแล้วโดยอ้างว่ายังบกพร่องอยู่ ศาลไม่น่าจะอนุญาตให้อ้างแต่ศาลชั้นต้นอนุญาตอ้างว่าเพื่อความยุติธรรม ศาลฎีกาไม่เห็นควรสั่งเป็นอย่างอื่นโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 โจทก์ได้ซื้อที่นา โฉนดเลขที่ 3950 ตำบลอินทรประมูล (บางพลับ) อำเภอโพธิ์ทอง (ไชไย) จังหวัดอ่างทอง เนื้อที่ 31 ไร่ 16 วา ไว้จากนายยิ่ง สุขพัฒน์ และนางแสวง เกลี้ยงสอาด เมื่อได้จดทะเบียนการซื้อขายถูกต้องตามกฎหมายแล้วโจทก์ให้เจ้าพนักงานรังวัดสอบเขตปรากฏว่าเนื้อที่ขาดหายไป 1 ไร่ 2 งาน โดยจำเลยทั้งสองรุกล้ำเข้าม