ศาลมีอำนาจพิพากษาแบ่งส่วนมรดกเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากที่คู่ความท้ากันหรือไม่ เมื่อคู่ความตกลงให้ศาลวินิจฉัยตามประเด็นที่ฟ้องและต่อสู้
ข้อความในรายงานกระบวนพิจารณาที่ว่า 'ประเด็นมีเฉพาะข้อที่ว่าโจทก์ควรได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งตามฟ้องหรือควรได้ส่วนแต่เท่าที่จำเลยต่อสู้' ไม่ใช่เรื่องที่คู่ความท้ากันโดยจำกัดให้ศาลชี้ขาดเพียง 2 ทาง แต่เป็นเรื่องที่คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยไปตามประเด็นที่ฟ้องและต่อสู้ ซึ่งศาลจะต้องพิพากษาไปตามบทกฎหมายและรูปค
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดาแต่ต่างมารดากัน โจทก์ฟ้องขอแบ่งส่วนมรดกของบิดาครึ่งหนึ่ง จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์มีส่วนไม่ถึงครึ่ง ในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า 'ประเด็นมีเฉพาะข้อที่ว่าโจทก์ควรได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งตามฟ้องหรือควรได้ส่วนแต่เท่าที่จำเลยต่อสู้' และคู่ความไม่ติดใจสื
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2500นางสาวซ่วน สดใสโจทก์นางสาวชั้น สดใสจำเลย ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 138, ม. 183 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดาแต่ต่างมารดากันโจทก์ฟ้องขอแบ่งส่วนมรดกของบิดาครึ่งหนึ่ง จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์มีส่วนไม่ถึงครึ่ง เพราะควรตกเป็นของมารดาจำเลย 2 ใน 3 ที่เหลืออีก 1 ใน 3 จึงเป็นของโจทก์เพียง 1 ใน 3ในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาเรื่องฟ้องและคำให้การโดยย่อ ข้อที่คู่ความรับกัน และต่างไม่ติดใจสืบพยาน แล้วศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาต่อไปว่า 'ประเด็นมีเฉพาะข้อที่ว่าโจทก์ควรได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งตามฟ้องหรือควรได้ส่วนแต่เท่าที่จำเลยต่อสู้'ดังนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่ใช่เรื่องที่คู่ความท้ากันโดยจำกัดให้ศาลชี้ขาดเพียง 2 ทางว่าส่วนแบ่งนั้นถ้าโจทก์ไม่ได้ครึ่งหนึ่งตามฟ้องแล้ว จักต้องเป็นไปดังจำเลยให้การต่อสู้หากแต่เป็นเรื่องที่คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยไปตามประเด็นที่ฟ้องและต่อสู้ซึ่งศาลจะต้องพิพากษาไปตามบทกฎหมายและรูปคดี ฉะนั้นศาลมีอำนาจพิพากษาแบ่งส่วนเป็นอย่างอื่นได้โจทก์ฟ้องว่าที่ดินมีโฉนด 1 แปลง เนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน มีชื่อนางจ๊อกและนายแก้วเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เฉพาะส่วนของนายแก้วบิดาโจทก์นั้นได้มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้วว่า โจทก์และมารดาจำเลยกับจำเลยเป็นทายาทผู้รับมรดกที่ดินของนายแก้วร่วมกัน แต่ในคดีนั้นยังไม่มีการแบ่งที่ดินกัน จึงคงครอบครองร่วมกันมา เนื่องจากนายแก้วและมารดาจำเลยตายแล้ว จึงตกเป็นมรดกแก่โจทก์และจำเลยคนละครึ่ง คือที่ดินส่วนของนายแก้ว 4 ไร่ 1 งาน 50 วา ขอให้ศาลแบ่งออกเป็นของโจทก์จำเลยคนละส่วน ๆ ละ 2 ไร่ 75 วา หากแ