ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2500

ประเด็นกฎหมาย

การยกที่ดินมือเปล่าให้โดยทำหนังสือยกให้แต่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้รับได้ครอบครองที่ดินนั้นนานแล้ว ผู้รับจะได้สิทธิครอบครองหรือไม่

หลักกฎหมาย

สิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่าเกิดขึ้นด้วยการยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเอง (ป.พ.พ. มาตรา 1367) และสิ้นสุดลงด้วยการสละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไปด้วยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง (ป.พ.พ. มาตรา 1377, 1378) การที่ผู้ครอบครองเดิมทำหนังสือยกให้ที่ดินแก่ผู้อื่น แม้ไม่สมบูรณ์ตามแบบ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาผู้ร้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องมีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่า ได้ทำหนังสือยกให้จำเลยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2493 แต่ไม่ได้จดทะเบียน ต่อมาจำเลยได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นเวลานาน โดยผู้ร้องเบิกความรับว่าจำเลยได้ให้นางป๋า มารดาจำเลยดูแลแทนจำเลย และผู้ร้องได้รับเงินจากจำเลยซึ่งศาลเห็นว่าเป็นเงินสมนาคุณมิใช่ค่าเช่า

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2500นายมา ฟูคำบุตร์โจทก์นางคำมูล เปียงชมภูจำเลยผู้ร้องขัดทรัพย์จำเลยนายคำ อินตางามจำเลย ป.พ.พ. ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่บ้านที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องข้อที่ว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านตามกฎหมายเบ็ดเสร็จ ซึ่งผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่มีแต่เพียงสิทธิครอบครอง เป็นหน้าที่ผู้ร้องต้องนำสืบกรณีนี้สืบเนื่องมาจากคดีแดงที่ 85/2497 ซึ่งศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 15,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลจึงสั่งให้ยึดทรัพย์ตามที่โจทก์นำชี้ คือที่ดินรายพิพาทกับเรือนแถว 4 ห้อง ซึ่งปลูกบนที่ดินนั้นนายคำ อินตางาม ได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายโจทก์คัดค้านว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย เพราะผู้ร้องได้ทำนิติกรรมยกให้แก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วทางพิจารณาผู้ร้องขัดทรัพย์สืบว่า ที่พิพาทเป็นของผู้ร้อง ๆ ได้ให้จำเลยปลูกห้องแถว ผู้ร้องไม่เคยยกให้จำเลย หนังสือยกให้หมาย จ.1 นั้น จำไม่ได้ ฝ่ายโจทก์สืบว่า ผู้ร้องได้ไปทำหนังสือยกที่พิพาทให้จำเลยที่บ้านกำนันประมาณ 6 ปีเศษแล้วศาลจังหวัดลำปางเชื่อว่า ผู้ร้องได้ทำหนังสือยกที่พิพาทให้จำเลยที่บ้านนายเป็ง กำนัน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2493 ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าเจ้าของคงมีแต่เพียงสิทธิครอบครอง ๆ นี้เกิดขึ้นด้วยการยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 และจะสิ้นสุดลงด้วยการสละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไปด้วยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครองเท่านั้น ตามมาตรา 1377 และ 1378 เพราะฉะนั้น ตามเอกสารหมาย จ.1 จึงเป็นอันว่าผู้ร้องมีเจตนาสละสิทธิครอบครองให้แก่จำเลย ถึงแม้หนังสือยกให้จะไม่สมบูรณ์ตามแบบของกฎหมายก