การซื้อทรัพย์จากลูกหนี้โดยรู้ว่าศาลพิพากษาให้ใช้หนี้แล้ว ราคาต่ำกว่าครึ่งและหักหนี้มิได้วางเงิน เจ้าหนี้ยึดทรัพย์บังคับคดีได้
การซื้อขายทรัพย์ในราคาต่ำกว่าครึ่งของราคาปกติ โดยหักหนี้มิได้วางเงิน และผู้ซื้อทราบว่าผู้ขายเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมส่อแสดงว่าเป็นการสมยอมทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ใช้ไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืน ให้ยกฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายในชั้นฎีกาแทนโจทก์ 150 บาท
จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมใช้หนี้โจทก์ 10,100 บาท ภายใน 6 เดือน แต่ไม่ชำระ โจทก์ยึดทรัพย์ ผู้ร้องอ้างว่าซื้อทรัพย์จากสามีจำเลยในราคา 9,000 บาท ภายหลังยอมความ 4 เดือนเศษ โดยหักหนี้มิได้วางเงิน ราคาต่ำกว่าปกติครึ่งหนึ่ง และผู้ร้องทราบว่าจำเลยถูกฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2500นายแผน พันธุ์รัตน์ โดยนายสงัด พันธุ์รัตน์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นางตามน เสาร์แก้วจำเลยผู้ร้องขัดทรัพย์จำเลยนายเมืองแก้ว อุทธยาน นางตีบ อุทธยานจำเลย ป.พ.พ. ซื้อที่ดินบ้านเรือนจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยรู้ว่าศาลพิพากษาให้ใช้หนี้แล้วราคาที่ซื้อต่ำกว่าครึ่งและหักหนี้มิได้วางเงินกันเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดเรือนบังคับคดีได้คดีนี้จำเลยผู้เป็นภริยานายตั๋น เสาร์แก้ว ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2498 ยอมใช้เงินกู้ให้โจทก์เป็นเงิน 10,100 บาท ตามที่โจทก์ฟ้องเรียก ภายใน 6 เดือน โดยนายตั๋นเสาร์แก้วรู้เห็นยินยอมและได้ลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ด้วย ศาลพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแต่จำเลยไม่ใช้เงินให้ตามกำหนด โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายใช้หนี้ผู้ร้องขัดทรัพย์จึงร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินและบ้านเรือนตามบัญชียึดทรัพย์อันดับ 2, 3 ซึ่งมีราคา 8,000 บาท เป็นของผู้ร้องโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้ร้องได้ซื้อมาจากนายตั๋นและจำเลยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2499 โดยสุจริต มีค่าตอบแทน ตามสัญญาซื้อขายฉบับเลขที่ 31/2499 ผู้ร้องได้ครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยตลอดมาไม่มีผู้ใดเข้าเกี่ยวข้อง ที่ดินบ้านเรือนที่ผู้ร้องซื้อมานี้เป็นสินเดิมของนายตั๋น เสาร์แก้ว ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์นี้โจทก์คัดค้านว่า ทรัพย์ที่ยึดอันดับ 2 และ 3 เป็นของจำเลยและนายตั๋น สามีจำเลยได้นำมาวางเป็นประกันเงินกู้ดังที่โจทก์ฟ้องผู้ร้องกับจำเลยและนายตั๋นสมยอม ซื้อขายกันโดยไม่สุจริตเพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกบังคับคดีไม่ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ทำกลฉ้อฉลให้โจทก์เสียเปรียบ โดยซื้อขายกันภายหลังศาลพิพากษาคดีนี้แล้ว ภายในกำ