ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2500

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ และศาลวินิจฉัยนอกประเด็นหรือไม่

หลักกฎหมาย

ฟ้องที่บรรยายพอให้เข้าใจได้ว่าตึกหรือห้องที่โจทก์ให้จำเลยอาศัยหมายถึงตึกใดไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นการอาศัย โจทก์ฟ้องขับไล่ได้โดยไม่ต้องบอกเลิกสัญญา และการวินิจฉัยเงื่อนไขบังคับก่อนของสัญญาจะโอนการเช่าไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นเมื่อจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้อาศัยแต่เช่าและรับโอ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยรับคืนเงิน 15,000 บาทจากโจทก์ และให้จำเลยและบริวารออกไปจากตึกเลขที่ 107

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เช่าตึกจากสำนักงานพระคลังข้างที่และให้จำเลยอาศัย ต่อมาภริยาโจทก์ทำสัญญาจะโอนการเช่าให้จำเลยโดยมีเงื่อนไขบังคับก่อนว่าต้องหาห้องอื่นมาแลกเปลี่ยนได้ เมื่อหาห้องไม่ได้ เงื่อนไขไม่สำเร็จ โจทก์ฟ้องขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้อาศัยแต่เช่าและรับโอนการเช่าแล้ว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2500นายสม พ่วงภักดีโจทก์นางอุ่นเรือน ศรีสาทร ที่ 1 นางสาวสลับ ศรีสาทร ที่ 2 นายไศล ศรีสาทร ที่ 3จำเลย ป.วิ.พ. ฟ้องว่า จำเลยอาศัยห้องที่โจทก์เช่ามาแล้วตกลงจะโอนการเช่าให้จำเลยต่อเมื่อโจทก์เซ้งห้องอื่นได้ แต่โจทก์เซ้งห้องไม่ได้จึงขอให้ขับไล่และแสดงว่าสัญญาโอนการเช่าเป็นโมฆะ ดังนี้ ข้อที่ศาลวินิจฉัยว่าสัญญาไม่ผูกพัน เพราะเงื่อนไขบังคับก่อนไม่เป็นผลสำเร็จไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นโจทก์เช่าห้องมาแล้วให้จำเลยอาศัย ภริยาโจทก์ทำสัญญาจะโอนการเช่าให้จำเลยเมื่อสัญญาจะโอนไม่มีผลบังคับโจทก์ฟ้องขับไล่ได้คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือว่า ตึกแถวเลขที่37/483 และ 38/485 ถนนตะนาว อำเภอและจังหวัดพระนคร ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเลขที่ 105 และ 107 รวม 2 ห้อง โจทก์เช่ามาจากสำนักงานพระคลังข้างที่ โดยเสียค่าเช่าเดือนละ 12 บาท ต่อหนึ่งห้องตามสำเนาสัญญาเช่าท้ายฟ้อง (สัญญาลง พ.ศ. 2482) โจทก์ให้จำเลยอาศัยอยู่มาช้านานจนกระทั่งบัดนี้ ต่อมาจำเลยได้ขอร้องนางทัศนีย์พ่วงภักดี ภริยาโจทก์ขอเซ้ง (รับโอนการเช่า) ตึกแถวทั้งสองห้องครั้นวันที่ 7 สิงหาคม 2496 นางทัศนีย์จึงตกลงรับเงินจากจำเลยไว้จำนวนหนึ่งเป็นค่าที่จะโอนการเช่าตึกเลขที่ 105 ให้กับจำเลยทันทีเมื่อจำเลยประสงค์จะไปรับโอน ณ สำนักงานพระคลังข้างที่ แต่จำเลยยังมิได้แจ้งให้โจทก์ไปโอนเช่าตึกเลขที่ 105 ให้แก่ตน ส่วนตึกเลขที่ 107 นั้นนางทัศนีย์ตกลงจะโอนการเช่าให้กับจำเลย ต่อเมื่อนางทัศนีย์หาเซ้งตึกแถวถนนแถวเดียวกัน และจำเลยออกเงินค่าเซ้งตึกใหม่ให้ก่อนเพื่อแลกเปลี่ยนกับตึกเลขที่ 107 ดังกล่าวเพื่อการนี้ จำเลยได้ชำระเงินให้กับนางทัศนีย์ไว้ 15,000 บาท ดังปรากฏตามสำเนาท้ายฟ้อง (สัญญาลงวันที่ 7 สิงหาค