ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2500

ประเด็นกฎหมาย

เจ้าของแพซุงต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากแพซุงขาดลอยไปชนทรัพย์สินผู้อื่น แม้ไม่มีพยานถึงสาเหตุที่แพขาด และนายจ้างต้องรับผิดในละเมิดของลูกจ้างผู้ดู

หลักกฎหมาย

เจ้าของทรัพย์มีหน้าที่ต้องระมัดระวังดูแลรักษาทรัพย์ของตนไม่ให้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น แม้โจทก์ไม่มีพยานถึงสาเหตุที่แพขาด จำเลยก็ต้องรับผิด และการจ้างคนดูแลรักษาแพซุงโดยให้ค่าจ้างเป็นรายเดือนถือเป็นสัญญาจ้างแรงงาน นายจ้างต้องร่วมรับผิดในละเมิดของลูกจ้างตามมาตรา 425 ป.พ.พ.

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทนายในชั้นฎีกาเป็นเงิน 300 บาทแทนโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

แพซุงของจำเลยจอดอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขาดลอยไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและลมพัดจัด ไปชนเสาเรือนแพของโจทก์ที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ทำให้เสาเรือนเสียหาย 3 ต้น เรือนแพเอียงทรุด จำเลยจ้างนายด๊วดดูแลแพซุงโดยให้ค่าจ้างเป็นรายเดือน แต่ในเวลากลางวันนายด๊วดไม่ได้เฝ้าดูแล

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1206/2500นายไพรฑูริย์ วิรยศิริโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิบูลย์วัฒนา โดยนายเกียลก แซ่โค้ว หุ้นส่วนผู้จัดการจำเลย ป.พ.พ. แพซุงของจำเลยขาดลอยตามน้ำที่ไหลเชี่ยว ไปกระทบเสาเรือนโจทก์เสียหายแม้โจทก์จะไม่มีพยานสืบว่า เป็นเพราะเหตุใดแพจึงขาดจำเลยก็ต้องรับผิด เพราะเป็นหน้าที่จำเลยจะต้องระวังรักษาไม่ให้แพซุงขาดลอยไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จ้างคนดูแลรักษาแพซุง มีหนังสือสัญญารับฝากให้ค่าจ้างเฝ้าเป็นรายเดือน เป็นการจ้างแรงงาน นายจ้างต้องรับผิดในละเมิดของลูกจ้างโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2497 เวลากลางวัน ซึ่งเป็นเวลาน้ำไหลลงเชี่ยว แพไม้ซุงของจำเลยจำนวน 60 ต้นเศษ ได้ขาดลอยจากตำบลบางโพ อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร ไปปะทะเสาคอนกรีตรองรับเรือนแพของโจทก์ ซึ่งปลูกในแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบางพลัดอำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี โดยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ไม่ผูกมัดแพซุงไว้ให้ดีเป็นเหตุให้เสาคอนกรีตรองรับเรือนแพแถวหน้าหักและเอนไปจากที่เดิม 3 ต้น ทำให้ตัวเรือนเคลื่อนที่ไปจากเดิมและทรุดเอียง ซึ่งจะต้องเสียค่าซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมเป็นเงินอย่างต่ำ 13,400 บาท โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยซ่อมแซมให้โจทก์ จำเลยไม่จัดการซ่อมแซมให้ ทำให้คนเช่าไม่กล้าเข้าอยู่โจทก์ต้องขาดประโยชน์ค่าเช่าที่ควรได้อีกเดือนละ 250 บาท จึงฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 13,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี กับค่าเช่าที่ควรได้เดือนละ 250 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าคดีจะถึงที่สุดจำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของเรือนแพจริงหรือไม่จำเลยไม่รับรอง การปลูกเรือนในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยปักเสาคอนกรีตในแม่น้ำเป็นการกีดขวางทาง ขณะเกิดเหตุแพซุงรายนี้อยู่ในความดูแลรักษาของผู้อื่นโดยจำเลยว่าจ้างให้เป