ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2500

ประเด็นกฎหมาย

ที่ศาลเจ้าที่เกิดมีขึ้นตามกฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 มี.ค. 2463 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 123 เป็นสาธารณสมบัติของแผ

หลักกฎหมาย

ที่ศาลเจ้าที่เกิดมีขึ้นตามกฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 มี.ค. 2463 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 123 หาได้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ เพราะตามกฎนี้กำหนดให้ที่ศาลเจ้ามีหนังสือสำคัญหรือโฉนดเพื่อแสดงสิทธิเหนือที่หรือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่นั้น เป็นการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายท

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทเดิมเป็นของศาลเจ้าไหหลำ ต่อมายายจำเลยเข้าครอบครอง เมื่อยายตาย มารดาจำเลยได้รับมรดกและปกครองมาเกือบ 30 ปี เมื่อมารดาจำเลยตาย จำเลยกับพวกได้รับมรดกและปกครองมาอีก 5-6 ปี รวมระยะเวลาครอบครองติดต่อกันเกิน 30 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2500กรรมการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายจันทร์ สมบูรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ 1โจทก์นายเต็งผก แซ่เง่า ผู้จัดการปกครองศาลเจ้าไหหลำ ที่ 2โจทก์นายชุ่ม ชุมเดชะจำเลย กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ป.พ.พ. ม. 1304, ม. 1382ที่ศาลเจ้าที่เกิดมีขึ้นตามกฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่15 มี.ค. 2463 ซึ่งออกตามพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่พ.ศ.2457 มาตรา123 นั้นหาได้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่เพราะตามกฎนี้กำหนดว่าให้ที่ศาลเจ้ามีหนังสือสำคัญหรือโฉนดนั้นก็คือให้ปฏิบัติการอย่างบุคคลธรรมดาไม่มีข้อความพิเศษให้ลบล้างกฎหมายฉะนั้นเมื่อผู้ดูแลปล่อยปละให้บุคคลอื่นเข้าครอบครองที่ศาลเจ้าๆ ก็อาจสูญเสียที่ไปอย่างการสูญเสียที่ของบุคคลธรรมดานั้นเองโจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทและที่นอกพิพาทมีเขตติดต่อเป็นผืนเดียวกัน ที่นี้เมื่อ ร.ศ.115 จีนโยงสางกับพวกได้สละเงินจัดหามาและก่อตั้งศาลเจ้าไหหลำขึ้น ต่อมามีการอุทิศที่ดินและอาคารให้เป็นของกลางสำหรับมหาชนและได้ขึ้นทะเบียนต่อเจ้าพนักงานไว้แล้วจึงมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีการแต่งตั้งผู้จัดการปกครองและผู้ตรวจตราสอดส่องตลอดมา โจทก์ที่ 2 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้านี้ในปัจจุบัน ตามกฏเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกุศลสถานชนิดศาลเจ้า ลงวันที่ 15 มีนาคม 2463 เมื่อเดือนสิงหาคม 2497 จำเลยได้บังอาจรื้อถอนรั้วเขตที่เข้าไปปลูกเรือนในบริเวณที่ของศาลเจ้า จึงได้มาฟ้องให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้รับมรดกที่พิพาทมาจากมารดา มารดาจำเลยได้รับมรดกที่พิพาทมาจากยายจำเลย จำเลยได้ปกครองติดต่อกันมากว่า 30 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์โจทก์จำเลยต่างรับกันว่าเดิมที่พิพาทเป็นของศาลเจ้าจริงแต่ยายจำเลยได้เข้าครอบครองมา เมื่อย