ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2500

ประเด็นกฎหมาย

หนังสือหย่าที่ทำโดยความยินยอมทั้งสองฝ่ายและมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน ตามมาตรา 1498 วรรคสอง แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนการหย่า ตามมาตรา 1499 จะใช้บังคับได้หรือ

หลักกฎหมาย

หนังสือหย่าที่ทำโดยความยินยอมทั้งสองฝ่ายและมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน ใช้ได้ตามมาตรา 1498 วรรค 2 แต่หากคู่สมรสสมรสกันภายหลังการใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 การหย่าจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการหย่าแล้ว โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ไปจดทะเบียนหย่าได้ และถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ก็ให้ถือคำพิพ

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามคำพิพากษาศาลแพ่ง ให้จำเลยจดทะเบียนหย่าให้โจทก์ภายใน 7 วัน ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาตามมาตรา 213

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อ พ.ศ. 2486 ภายหลังการใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ต่อมาได้ตกลงทำหนังสือหย่ากันโดยความยินยอมทั้งสองฝ่าย และมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คน ถูกต้องตามมาตรา 1498 วรรคสอง แต่จำเลยบิดพริ้วไม่ยอมไปจดทะเบียนการหย่าตามมาตรา 1499

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2500นางเฮียง แซ่ตั้นโจทก์นายฮั้ว แซ่จิวจำเลย ป.พ.พ. ม. 1498, ม. 1499, ม. 213 กฎหมายลักษณะผัวเมีย พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันภายหลังใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ต่อมาได้ตกลงทำหนังสือหย่ากันไว้โดยความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย และมีพยานลงลายมือชื่อ 2 คนถูกต้องตาม มาตรา 1498 วรรคสอง แต่จำเลยบิดพริ้วไม่ยอมไปจดทะเบียนการหย่าตามมาตรา 1499 โจทก์ย่อมฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนการหย่าเพื่อความสมบูรณ์ตาม มาตรา 1499 ได้ และถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ก็ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213ถ้าผัวเมียสมรสกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 หนังสือหย่านี้จะใช้ได้สมบูรณ์ทันทีในขณะได้ทำหนังสือสัญญาหย่านี้เสร็จ(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2500)โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายจดทะเบียนสมรสเมื่อ พ.ศ.2486 ระหว่างอยู่กิน จำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหลายประการ และแล้วได้ทิ้งร้างโจทก์ไปอยู่กับภรรยาใหม่ไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดู โจทก์ได้เลี้ยงบุตร (5 คน) ฝ่ายเดียวตลอดมา โจทก์จำเลยจึงได้ทำหนังสือหย่าขาดจากกันและนัดวันไปจดทะเบียนการหย่า แบ่งสินสมรสและแบ่งการปกครองบุตรครั้นถึงกำหนดวันไปจดทะเบียนการหย่า จำเลยแกล้งบิดพริ้วไม่ไป ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน หรือบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่าขาดกับโจทก์ กับให้จำเลยชำระเงินค่าทรัพย์ตามฟ้อง 34,000 บาทให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยรับว่าได้ทำหนังสือหย่าไว้จริงโจทก์จำเลยต่างไม่สืบพยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยหนังสือหย่าว่าจะใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ศาลแพ่งพิพากษาให้