ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2500

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องเรียกค่าเสียหายและขอคืนเงินมัดจำในคดีนี้ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนที่ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดิน เนื่องจากประเด็นค่าเสียหายยังมิได้วินิจฉัยในคดี

หลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 การฟ้องซ้ำต้องเป็นประเด็นที่ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันแล้ว หากประเด็นในคดีหลังยังมิได้วินิจฉัยในคดีก่อน ก็ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 18,433 บาทกับดอกเบี้ย และให้จำเลยเสียค่าทนาย 150 บาทแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทำสัญญาจะขายที่นาแก่โจทก์ แต่กลับโอนขายให้บุคคลภายนอก โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนในคดีก่อน ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิของโจทก์เป็นเพียงบุคคลสิทธิ ไม่มีทรัพยสิทธิที่จะติดตามเอาคืนจากบุคคลภายนอก จึงยกฟ้อง ต่อมาโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายและขอคืนเงินมัดจำจากจำเลยในคดีนี้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2500นายบุญช่วย ชูไสว ที่ 1 นางจัน ชูไสว ที่ 2โจทก์นายขันธ์ เตชะเทศจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์ฟ้องจำเลยกับผู้รับโอนที่ดินจากจำเลย ขอให้เพิกถอนการโอน เพราะโจทก์มีสัญญาจะซื้อขายที่ดินไว้กับจำเลยก่อนแล้ว ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะสิทธิของโจทก์เป็นบุคคลสิทธิ ไม่มีทรัพยสิทธิที่จะติดตามเอาที่ดินคืนจากบุคคลภายนอก โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายไม่เป็นฟ้องซ้ำคดีมีประเด็นเป็นปัญหากฎหมายมาสู่ศาลฎีกาว่า การที่จำเลยทำสัญญาจะขายที่นาแก่โจทก์ราคา 51,212 บาท โดยตกลงว่าเมื่อจำเลยรับโฉนดได้แล้วจะไปแก้ทะเบียนโอนขายแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยรับโฉนดมาแล้ว กลับโอนขายแก่นายชวน ชวนิชย์ เป็นราคา65,325 บาท โจทก์จึงฟ้องจำเลยและนายชวน เป็นคดีแดงที่ 177/2494หาว่าจำเลยทั้ง 2 ซื้อขายกันไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายและโอนขายแก่โจทก์คดีถึงที่สุดศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเฉพาะแต่ขอให้ทำลายนิติกรรมที่ทำเป็นสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนไว้ จึงพิพากษาว่า สิทธิของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายเป็นเพียงบุคคลสิทธิไม่มีทรัพย์สิทธิที่จะติดตามเอาคืนจากบุคคลภายนอก โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอนการจดทะเบียน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ให้ยกฟ้องโจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ เรียกค่าเสียหายและขอคืนเงินมัดจำ ในฐานที่จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมขายที่ดินแก่โจทก์ดังกล่าวซึ่งจำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นการฟ้องซ้ำ เพราะโจทก์ได้ฟ้องจำเลยจนคดีถึงที่สุดไปแล้วในคดีแดงที่ 177/2494ประเด็นข้อนี้ ศาลล่างและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องกันว่ามิใช่เป็นการฟ้องซ้ำพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 18,433 บาทแก่โจทก์กับดอกเบี้ยจำเลยจึงได้ฎีกาต่อมาศาลฎีกาได้ฟังคำแถลงทนายทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ปรึกษาว่าในเรื่องฟ้