ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2539

ประเด็นกฎหมาย

อายุของพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงและการดำเนินการเวนคืนภายในอายุพระราชกฤษฎีกา รวมถึงสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนสำหรับสิ่งปลูกสร้างที่ปลูกโดยไม่ได้รับอนุญา

หลักกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่ออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มีอายุ 10 ปี และตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ ให้คงใช้บังคับได้ตามอายุของพระราชกฤษฎีกานั้น การดำเนินการเวนคืนที่กระทำภายในอายุพระราชกฤษฎีกาจึงชอบด้วยกฎหมาย ผู้ปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตเวนคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่มีสิ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี ของต้นเงิน 88,200 บาท นับแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2531 เป็นต้นไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินในเขตเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวง พ.ศ. 2521 ซึ่งมีผลใช้บังคับถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 จำเลยมีหนังสือแจ้งโจทก์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2531 และวางเงินค่าทดแทนเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2531 ซึ่งเป็นการดำเนินการภายในอายุพระราชกฤษฎีกา โจทก์ปลูกสร้างอาคารพิพาทโดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2539นาง สงบ เตชะผกาพงษ์โจทก์กรมทางหลวงจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงฯมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่15กรกฎาคม2521ซึ่งตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ลงวันที่28พฤศจิกายน2515ข้อ78และข้อ79บัญญัติว่าให้ใช้ได้มีกำหนด10ปีแม้ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ฉบับที่2พ.ศ.2530ใช้บังคับซึ่งมาตรา7ให้ยกเลิกความในส่วนที่3ข้อ63ถึง80แล้วก็ตามแต่ในมาตรา9วรรคหนึ่งบัญญัติว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างและประกาศกระทรวงคมนาคมกำหนดทางหลวงที่มีความจำเป็นต้องสร้างโดยเร่งด่วนซึ่งออกโดยอาศัยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่295ลงวันที่28พฤศจิกายนพ.ศ.2515ให้คงใช้บังคับได้ตามอายุของพระราชกฤษฎีกานั้นและวรรคสองของมาตรานี้บัญญัติทำนองเดียวกับมาตรา36วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ว่าการเวนคืนและการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงที่ได้ปฏิบัติไปแล้วก่อนวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นอันใช้ได้แต่การดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.2530ดังนั้นพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่14กรกฎาคม2531เมื่อปรากฏว่าภายในระยะเวลาดังกล่าวจำเลยได้มีหนังสือแจ้งโจทก์ว่าจะเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างหรือขยายทางหลวงและได้วางเงินค่าทดแทนที่ดินต่อสำนักงานวางทรัพย์ฯเพื่อให้โจทก์รับเงินไปอันเป็นการดำเนินการภายในอายุพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจำเลยจึงมีอำนาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ได้ต