ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1653/2500

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างที่กระทำการให้นายจ้างในกิจการที่จ้างย่อมเป็นตัวแทนของนายจ้าง และนายจ้างต้องรับผิดในละเมิดที่ลูกจ้างกระทำในการทำงาน แม้ยังไม่มีการตกลงค่าจ้างกัน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1653/2500เด็กชายฮี่ใช่ แซ่ตั้ง ผู้เยาว์ โดยโจทก์นายบักกุ่ย แซ่ตั้ง บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมโจทก์นายเป็งจิว แซ่จิว ที่ 1 นายโม่วเส็ง แซ่หอม ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ลูกจ้างกระทำการให้นายจ้างในกิจการที่จ้าง ย่อมเป็นตัวแทนของนายจ้างนั่นเองกิจการซึ่งเห็นได้ว่ามิได้ทำให้กันเปล่าๆ ย่อมถือเอาเป็นปริยายว่ามีคำมั่นให้สินจ้าง ลูกจ้างทำละเมิดนายจ้างต้องรับผิดโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ก่อนจำเลยให้การ ศาลอนุญาตได้โดยไม่ต้องสอบถาม จำเลยที่ 1 อาจขอให้ศาลเรียกจำเลยที่ 2 เข้าเป็นจำเลยร่วมอีกได้ศาลอนุญาตแล้วจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จะอุทธรณ์ไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร้านซ่อมเบาะรถและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้รับรถยนต์ไว้ในความครอบครองเพื่อทำเบาะและได้ฝากรถยนต์นั้นไว้ที่อู่ "จิบฮงหล่ง" ครั้นวันที่31 สิงหาคม 2497 จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งฝากไว้ที่อู่เพื่อเอาไปทำเบาะยังร้านของจำเลยที่ 1 อันเป็นการกระทำตามหน้าที่การงานที่จ้างตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ประมาทขับรถยนต์นั้นไปชนเด็กชายฮีใช่ แซ่ตั้ง มีบาดเจ็บสาหัสทุพพลภาพประกอบอาชีพไม่ได้ต้องขาดรายได้จากการงานเดือนละ 650 บาท นับแต่เดือนกันยายน 2497 ถึงวันฟ้อง 2 เดือนครึ่งเป็นเงิน 1,625 บาทและต้องเสียค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้นอีก 18,000 บาท รวมเป็นเงินที่โจทก์ต้องเสียหาย 19,625 บาท จึงขอให้จำเลยร่วมกันใช้กับค่าเสียหายที่ขาดรายได้จากการงานเดือนละ 650 บาท แต่วันฟ้องจนกว่าจะประกอบงานได้จำเลยที่ 1 ให้การรับว่าได้รับรถยนต์ไว้เพื่อทำเบาะและฝากไว้ที่อู่จิบฮงหล่งจริง แต่ต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นลูกจ้างนายจ้างกัน จำเลยที่ 2 ไม่เคยตกลงจะทำการง