ปัญหาว่าสัญญาจำนำที่พิพาทเป็นสัญญาจำนำหรือขายฝาก และที่ดินพิพาทหลุดเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเก๊าหรือไม่
การวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นจำนำหรือขายฝาก ให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติกันมา แม้สัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน
ที่ดินพิพาทหลุดเป็นของนายเก๊าตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3
นางจ้อยมารดาจำเลยจำนำนาพิพาทไว้กับนายเก๊าปู่โจทก์ หลังจากนั้น 2 ปี นางจ้อยค้างดอกเบี้ยจึงมอบนาให้นายเก๊าทำต่างดอกเบี้ย และมิได้ไถ่คืนภายใน 10 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1954/2500นายสงุ่น สมบูรณ์ทรัพย์โจทก์นายเล็ก บุญเที่ยงจำเลย พ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ.115 ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 ข้อ 4, ข้อ 6ก่อนใช้ ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 การวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นจำนำหรือขายฝากนั้น ให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติกันมาว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้สัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกันมารดาจำเลยจำนำนาพิพาทไว้กับปู่ของโจทก์ อีก 2 ปีต่อมามารดาจำเลยได้มอบนาพิพาทนั้นให้ปู่ของโจทก์ทำต่างดอกเบี้ย กิริยาที่มารดาจำเลยกับปู่ของโจทก์ประพฤติต่อกันนี้จึงเป็นกิริยาการขายฝาก เมื่อมารดาจำเลยมิได้ไถ่คืนภายใน 10 ปีที่พิพาทจึงหลุดเป็นของปู่ของโจทก์ (ฎีกาที่ 22/117, ที่ 25/123, ที่ 467/2457,ที่ 81/2469, ที่ 790/2469 และที่ 1044/2492)โจทก์ฟ้องว่านางจ้อยมารดาจำเลยได้จำนำนาโฉนดที่ 167 จังหวัดปราจีนบุรีไว้กับนายเก๊าปู่โจทก์ จำนำได้ 2 ปี นางจ้อยค้างดอกเบี้ยจึงมอบนาให้นายเก๊าทำต่างดอกเบี้ยและสัญญาว่าถ้าไม่ไถ่คืนภายใน 10 ปียอมยกให้เป็นของนายเก๊า ที่นาจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเก๊าตามกฎหมายว่าด้วยประกาศเรื่องการจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.118 และโดยทางครอบครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1382 คือบิดาโจทก์และตัวโจทก์ได้ครอบครองติดต่อกันมาโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์โดยปลอดการจำนำ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ฯลฯจำเลยรับว่านางจ้อยได้ทำสัญญาจำนำและมอบนาให้นายเก๊าทำต่างดอกเบี้ย แต่โจทก์ไม่เคยครอบครอง นางจ้อยไม่เคยตกลงกับนายเก๊าว่าถ้าไม่ไถ่ถอนการจำนำภายใน 10 ปีจะยกกรรมสิทธิ์ที่นาให้นายเก๊าขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยปลอดกา