ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2500

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติจีนมีสิทธิเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินและเรียกเงินมัดจำคืนจากจำเลยหรือไม่ เนื่องจากอ้างว่าไม่มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตามกฎ

หลักกฎหมาย

คนจีนอาจถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ตามสนธิสัญญาทางไมตรี โดยต้องยื่นคำร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็ถือกรรมสิทธิ์ได้ การที่โจทก์ไม่เคยยื่นคำร้องขออนุญาต จึงอ้างว่าถือกรรมสิทธิ์ไม่ได้ไม่ได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์เสียค่าทนายความชั้นฎีกา 2,000 บาทแก่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นคนสัญชาติจีน ทำสัญญาจะซื้อที่ดินจากจำเลย วางเงินมัดจำ 100,000 บาท และมอบโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกัน ต่อมาโจทก์ออกเช็คล่วงหน้าชำระเงินงวดแรก 600,000 บาท แต่ธนาคารแจ้งว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย โจทก์ไม่เคยยื่นคำร้องขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมีเจตนาซื้อเพื่อหากำไร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2500นายโกวิท เหยี่ยงสกุลโจทก์นายวีระ วิกิตเศรษฐ ที่ 1 นายสุรินทร์ ศรีพันธ์วงศ์ ที่ 2จำเลย ป.วิ.พ. ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าว สัญชาติจีน ไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ จึงขอเรียกมัดจำคืนจากจำเลยเพราะโจทก์ซื้อที่ดินตามสัญญากับจำเลยไม่ได้ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่เคยแจ้งให้จำเลยทราบว่าโจทก์เป็นจีน ไม่มีสิทธิหรือต้องขออนุญาตมีที่ดินเสียก่อนฯ ดังนี้ มีประเด็นที่โจทก์จะต้องแสดงฐานะของโจทก์แล้ว จะถือว่าจำเลยรับตามฟ้องโจทก์แล้วไม่ได้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติจีน เชื้อชาติกวางตุ้ง เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2497 จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 3105 ตำบลปทุมวัน อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ให้แก่โจทก์ราคา 1,400,000 บาท โจทก์ได้วางเงินมัดจำไว้แก่จำเลยเป็นเงิน 100,000 บาท ตกลงจะโอนที่ดินกันเมื่อมีการรังวัดกันแล้วเนื่องจากประเทศไทยกับประเทศจีนไม่มีสนธิสัญญากำหนดจะให้บุคคลของแต่ละประเทศมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในประเทศอีกฝ่ายหนึ่งได้เหตุนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิหรืออยู่ในฐานะที่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามพระราชบัญญัติที่ดิน การโอนที่ดินตามสัญญาซื้อขายจึงไม่อาจกระทำได้ โจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์ตามที่ตกลงจะซื้อกับจำเลย ดังนั้นโจทก์จึงบอกเลิกสัญญา และขอมัดจำคืนจากจำเลย แต่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมคืนเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายโจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าสัญญาซื้อขายไม่อาจจะโอนที่ดินแก่กันได้ ให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยรับว่าได้ทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์และรับเงินมัดจำจากโจทก์จริง แต่ต่อสู้ว่านอกจากเงินแล้วโจทก์ยังมอบโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยอีกโดยตีราคา 40,000 บาท มีกำหนดจะไปทำการโอนกรรม