การวินิจฉัยความประมาทในการขับรถต้องพิจารณาจากการกระทำของจำเลยฝ่ายเดียว และผู้เสียหายในความผิดฐานประมาทตาม ป.อ. มาตรา 390 ต้องเป็นผู้ได้รับอันตรายแก่กา
ในการวินิจฉัยว่าจำเลยขับรถโดยประมาทหรือไม่ ศาลย่อมพิจารณาจากการกระทำของจำเลยฝ่ายเดียว อีกฝ่ายหนึ่งจะประมาทหรือไม่ไม่สำคัญ ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตาม ป.อ. มาตรา 390 ผู้เสียหายที่จะฟ้องได้คือผู้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก
พิพากษายืน
นายอู๋เคลื่อนรถออกไปเข้าสี่แยกด้านที่มีไฟแดงกระพริบโดยมิได้ระมัดระวังให้ดีว่ารถทางซ้ายมือของตนที่วิ่งมานั้นมีความเร็วแค่ไหน อยู่ห่างไกลเพียงใด ตนพอจะขับพ้นไปได้หรือไม่ และร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยไม่ได้รับบาดเจ็บ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 94 - 95/2512ผู้ว่าคดีศาลแขวงธนบุรีโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัย แก้วเกตุโจทก์นายอู๋ จันทรชมจำเลยนางพิมพ์ น่วมเจิมโจทก์ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัย แก้วเกตุจำเลย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 ป.อ. ม. 59, ม. 390 ป.วิ.อ. ม. 2 (4)การวินิจฉัยว่า จำเลยขับรถโดยประมาทหรือไม่นั้นศาลย่อมพิจารณาเอาจากการกระทำของจำเลยฝ่ายเดียวเป็นเครื่องวินิจฉัยอีกฝ่ายหนึ่งจะประมาทหรือไม่ไม่สำคัญความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ผู้เสียหายที่จะฟ้องได้ก็คือผู้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก เอกชนไม่เป็นผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีได้ (อ้างฎีกาที่ 1974/2497)คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณารวมกันคดีแรก โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาทและฝ่าฝืนกฎข้อบังคับไม่หยุดรถก่อนถึงบริเวณทางแยก แล่นไปชนรถร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยเสียหายและเป็นเหตุให้ผู้ที่นั่งมาในรถของจำเลยได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 31, 66 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2481ฉบับที่ 3 มาตรา 4 ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดพระนครธนบุรี พ.ศ. 2508ลักษณะ 1 หมวด 1ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต สำนวนหลัง นางพิมพ์เป็นโจทก์ฟ้องร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยเป็นจำเลยว่า จำเลยขับรถโดยประมาท ถึงสี่แยกไม่เบาเครื่องแล้วหักเลี้ยวเข้าไปชนรถนายอู๋ ทำให้โจทก์ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 13, 29, และ 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2481 ฉบับที่ 3 มาตรา 4จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเส