ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2512

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่ใช้ไม้ตะพดตีและใช้มือตบตีผู้เสียหายขณะลักทรัพย์ ครบองค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 หรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย และการที่จำเลยมีอาวุธร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ไม้ตะพดตีและใช้มือตบตีผู้เสียหายจนเป็นอันตรายแก่กาย ถือเป็นการกระทำครบองค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรค 3

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาจำเลยที่ 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทั้งสองมีไม้ตะพดเป็นอาวุธร่วมกันลักทรัพย์รวมราคา 2,960 บาท โดยจำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตะพดตีนางแสง และจำเลยที่ 2 ใช้มือตบตีนางสาวอำพันธ์ ทำให้เป็นอันตรายแก่กาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2512พนักงานอัยการจังหวัดนครนายกโจทก์นายประดิษฐ์ พวงดอกไม้ ที่ 1 นายประเสริฐ เจริญยิ่ง ที่ 2จำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. คดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษจำคุกจำเลยสามปี เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนการที่จำเลยทั้งสองมีไม้ตะพดเป็นอาวุธร่วมกันลักทรัพย์โดยจำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตะพดตีผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ใช้มือตบตีพวกของเจ้าทรัพย์นั้นเป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์แล้ว หาใช่เป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์เท่านั้นไม่โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเวลากลางคืนหลังเที่ยงของวันที่ 25พฤษภาคม 2510 กับเวลากลางคืนก่อนเที่ยงของวันที่ 26 พฤษภาคม 2510ติดต่อกัน จำเลยทั้งสองมีไม้ตะพดเป็นอาวุธร่วมกันลักทรัพย์ธนบัตร1,800 บาท สายสร้อยคอทองคำ 1 เส้น ราคา 800 บาท เครื่องรับวิทยุ1 เครื่อง ราคา 360 บาท รวมราคา 2,960 บาทของนางแสง กลิ่นมาลาไปโดยทุจริตซึ่งในการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยได้ใช้ไม้ตะพดตีประทุษร้ายร่างกายนางแสง กลิ่นมาลา กับใช้มือตบตีประทุษร้ายร่างกายนางสาวอำพันธ์ กลิ่นมาลา พวกของเจ้าทรัพย์ไม่ถึงบาดเจ็บทั้งนี้เพื่อความสะดวกแก่การที่จำเลยลักทรัพย์ พาเอาทรัพย์ไป เพื่อยื่นให้ซึ่งทรัพย์ เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้เพื่อปกปิดการกระทำผิด และเพื่อให้พ้นจากการถูกจับกุม เหตุเกิดที่ตำบลศรีจุฬาอำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ต่อมาวันที่ 26 พฤษภาคม 2510เจ้าพนักงานจับจำเลยได้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339, 83 กับขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 2,960 บาทแก่เจ้าทรัพย์จำ