ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2512นางวลีรัตน์ พัฒโรโจทก์พันตำรวจตรีไสว ภิรมย์ภักดีจำเลย ป.พ.พ. ม. 850, ม. 1536 ป.วิ.พ. ม. 2, ม. 4 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 สามีภริยาจดทะเบียนหย่าขาดจากกัน และทำสัญญากันไว้ว่าให้ภริยาเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรโดยสามียอมส่งเงินค่าเลี้ยงดูบุตรให้ตามจำนวนที่กำหนด สัญญาดังกล่าวเป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างสามีภริยาซึ่งมีอยู่และจะมีขึ้นให้เสร็จกันไป จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อสามีผิดสัญญาไม่ส่งเงินค่าเลี้ยงดูบุตร การที่ภริยามาฟ้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูบุตรจึงเป็นการฟ้องเรียกร้องให้สามีชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หาใช่เป็นคดีที่กล่าวอ้างถึงสิทธิเกี่ยวแก่บุตรที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1536 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลคดีเด็กและเยาวชนไม่ตามสัญญาระบุว่า เมื่อภริยาสมรสใหม่จะต้องส่งบุตร 2 ใน 4 คนคืนแก่สามี หากภริยาส่งบุตร 2 คนคืนแก่สามีแล้ว สามีจะส่งค่าอุปการะเลี้ยงดูเฉพาะบุตรที่อยู่กับภริยาโดยลดจำนวนเงินลง ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าสามีไม่ประสงค์รับบุตรไปอยู่ด้วยสามีก็ต้องส่งค่าเลี้ยงดูบุตรตามเดิม แต่ไม่ต้องส่งค่าเลี้ยงดูภริยาซึ่งสมรสใหม่แล้ว (ข้อกฎหมายตามวรรคแรกและวรรคสอง วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2512)โจทก์จำเลยสองสามีภริยามีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด แต่โจทก์ยื่นคำร้องว่าได้จดทะเบียนหย่ากันที่จังหวัดพระนคร อันเป็นมูลกรณีที่ก่อให้เกิดการฟ้องร้อง และพยานส่วนมากอยู่ในจังหวัดพระนครจึงขออนุญาตฟ้องต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งอนุญาตโจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาหย่าไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร 4 คนซึ่งมอบให้อยู่ในความปกครองของโจทก์ นับแต่เดือนกันยายน 2506 ตามสัญญา จ