ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2512

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2512นายเคว้ง แซ่ลิ้มโจทก์เทศบาลนครกรุงเทพ โดยนายชำนาญ ยุวบูรณ์ นายกเทศมนตรีจำเลย ป.พ.พ. พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497มาตรา 11(3) ผู้เช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่ต้องเวนคืน จะพึงได้รับเงินค่าทดแทนเฉพาะที่ผู้เช่าได้เสียหายจริง โดยเหตุที่ต้องออกจากที่ดินโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างก่อนสัญญาเช่าระงับเมื่อระหว่างคดีที่โจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่เวนคืนเกี่ยวกับเงินค่าทดแทนในการที่โจทก์จะต้องออกจากตึกที่เช่า โจทก์ได้อยู่ในตึกที่โจทก์เช่าตลอดมาจนเกินกำหนดระยะเวลาที่เช่าตามสัญญาเช่า ซึ่งโจทก์อ้างว่ามีผลใช้บังคับได้แล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนเพราะการเช่าได้ระงับไปเสียแล้วโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าตึกแถวห้องเลขที่ 355/7 และห้องข้างเคียงรวม 1 ห้องครึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนมหาจักร ตำบลป้อมปราบ อำเภอป้อมปราบฯ จังหวัดพระนคร จากนางสาวบุตรีเจ้าของที่ดินโดยมีหนังสือสัญญาเช่าซึ่งโจทก์ให้นางฮุ้ยเกียง แซ่ตั้ง ภรรยาลงชื่อเป็นผู้เช่าแทน ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลป้อมปราบ อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดพระนคร พ.ศ.2506กำหนดเวนคืนที่ดินสิ่งปลูกสร้างตึกแถวดังกล่าว และเทศบาลนครกรุงเทพได้มีประกาศลงวันที่ 18 มกราคม 2508 ให้รื้อถอนอาคารในที่เวนคืนเนื่องจากสัญญาเช่าของโจทก์ยังไม่ครบกำหนด โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าทดแทนตามมาตรา 10 และ 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 ซึ่งโจทก์ขอคิดเป็นเงินเพียง 20,000 บาทจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนฯ ไม่ยอมให้เงินค่าทดแทนแก่โจทก์กลับมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากตึกแ