ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2520
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2520กระทรวงกลาโหม ฯโจทก์นายนิวัฒน์ ชัยมงคล กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 680 ป.วิ.พ. ม. 197, ม. 202, ม. 205 ป.รัษฎากร ม. 113, ม. 115, ม. 118, ม. 121 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 17(ก)โจทก์เป็นส่วนราชการของรัฐบาลฟ้องบังคับตามสัญญาค้ำประกันที่ไม่ปิดอากรแสตมป์ เมื่อตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 17(ก) กำหนดให้ผู้ค้ำประกันเป็นผู้ต้องเสียค่าอากรแสตมป์และขีดฆ่าอากรแสตมป์ หาใช่ฝ่ายที่ต้องเสียอากรเป็นรัฐบาลอันจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรตามความหมายในมาตรา 121 แห่งประมวลรัษฎากรไม่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันยอมใช้เงินแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งผิดสัญญาได้รับทุนจากกระทรวงกลาโหมโจทก์ไปศึกษาต่างประเทศแล้วกลับมารับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา เมื่อสัญญาค้ำประกันมิได้ปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ ย่อมจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118แม้จำเลยที่ 2 จะขาดนัด โจทก์ก็ยังมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันจริงเมื่อเอกสารสัญญาค้ำประกันใช้เป็นหลักฐานในคดีมิได้คดีย่อมไม่มีทางที่จะให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามฟ้องโจทก์ได้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับทุนไปศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาตามความต้องการของโจทก์ ได้ทำสัญญาไว้แก่โจทก์ว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ไปศึกษาวิชาครบตามที่โจทก์กำหนดไว้ และเมื่อโจทก์เรียกจำเลยที่ 1 กลับเข้ารับราชการแล้วจำเลยที่ 1 จะอยู่รับราชการในสังกัดโจทก์เป็นเวลา 2 เท่าของเวลาที่ไปศึกษา แต่ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือครบ 10 ปีเป็นอย่างมากนับแต่กลับมารับราชการในสังกัดโจทก์ ภายในเวลาดังกล่าวจำเลยที่ 1 จะไม่ลาออกหรือโอนไปทำงานที่อื่น ถ้าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจำเลยที่ 1 ยอมใช้เงินเป็นจำนวน 3 เท่าของเงินรายเดือน