ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2520

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2520นางบุญ จันทร์ชัยโจทก์นายวุ้น ทับแสงจำเลย ป.พ.พ. ม. 213, ม. 369, ม. 850 กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ข้อ5, ข้อ7โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความซื้อขายที่ดินมีน.ส.3 ต่างมีหน้าที่ต้องไปที่ว่าการอำเภอเพื่อร้องขอทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทตามสัญญา ซึ่งทางอำเภอจะต้องประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการขายดังกล่าวก่อนมีกำหนด 30 วัน หากไม่มีผู้คัดค้านจึงจะดำเนินการจดทะเบียนให้ต่อไปได้ การที่จำเลยไม่ยอมไปทำคำขอประกาศทำนิติกรรมซื้อขาย โดยเกี่ยงให้โจทก์ชำระค่าที่ดินให้ก่อน จำเลยย่อมเป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยทำหนังสือยอมความกันว่า จำเลยยอมขายที่ดินมี น.ส.3 ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเนื้อที่ 48 ไร่เศษ ราคา 37,000 บาทให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2517 ในกำหนดดังกล่าวโจทก์ขอให้จำเลยดำเนินการโอนที่ดินให้แก่โจทก์หลายครั้ง จำเลยไม่ยอม ขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินดังกล่าว ถ้าไม่ยอมขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยบอกให้โจทก์นำเงินมาชำระและจะโอนที่ดินให้ แต่จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ผิดสัญญาไม่มีเงินชำระให้จำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระราคาที่ดิน 37,000 บาทในวันจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขาย ถ้าจำเลยไม่ยอมไปร้องขอทำนิติกรรมโอนที่ดินให้โจทก์ ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)ซึ่งการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวจะต้องจดทะเบียนณ ที่ว่าการอำเภอและจะต้องประกาศการขอจด