ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2522

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 90
  • มาตรา 20 ทวิพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2522อัยการกรมอัยการโจทก์นายโทมัส ดิลเลย์จำเลย ป.อ. ม. 90 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มีเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย ถูกจับเมื่อพยายามนำเฮโรอีนขึ้นเครื่องบินออกนอกราชอาณาจักร เป็นความผิดกรรมเดียวหลายบทลงโทษบทหนักฐานมีเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 20 ทวิ จำคุก 10 ปีฐานพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ตามมาตรา 20ฉบับที่ 4 มาตรา 5 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 53 จำคุกตลอดชีวิตรวมจำคุก 60 ปี ลดตามมาตรา 78 ปี จำคุก 30 ปี ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นฐานมีเฮโรอีนตาม มาตรา 20 ตรี จำคุก 5 ปี กระทงหนึ่งพยายามนำเฮโรอีนออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 20 วรรคสามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 33 ปี 4 เดือน ลดกึ่งรวม 38 ปี 4 เดือน คงจำคุก 19 ปี 2 เดือน ริบของกลาง โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยพยายามนำเฮโรอีนของกลางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ปัญหาดังกล่าวโจทก์มีร้อยตำรวจโทชัยชนะ เชี่ยวชาญ และร้อยตำรวจโทณรงค์ยุทธ ช่างทองเป็นพยานสำคัญเบิกความว่า วันเกิดเหตุจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนของกลางโดยจำเลยซุกซ่อนเฮโรอีนของกลางไว้ในเสื้อกั๊กชั้นในของจำเลย และพร้อมที่จะขึ้นเครื่องบินที่จำเลยซื้อตั๋วโดยสารซึ่งมีบัตรที่นั่งไว้แล้ว เพื่อจะเดินทางนำเฮโรอีนของกลางไปต่างประเทศ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง และชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การรับสารภาพเช่นเดียวกัน เมื่อพิจารณาปริมาณของเฮโรอีนของกลางประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงน่าเชื่อดังฟ้อง พยานโจทก์มั่นคงคดีฟังได้ว่