ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1510/2522

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1510/2522นางลดาวัลย์ ธุวานนท์โจทก์นายมานิต ธุวานนท์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1482เดิม, ม. 1506เดิม ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 สามีเอาที่ดินสินสมรสไปจำนองธนาคารเอาเงินไปปรนเปรอภริยาน้อยหนี้นี้ไม่เป็นหนี้ร่วมตามมาตรา 1482(1) ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น สามีแพ้คดีที่ภริยาฟ้องหย่าโดยเหตุที่สามีต้องรับผิดฝ่ายเดียว ภริยาไม่มีรายได้ สามีต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูตามฐานะของภริยา และความสามารถของสามี ตามมาตรา 1506, 1508 ซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากสามีภริยากัน ให้แบ่งสินสมรสขายทอดตลาดที่ดินใช้หนี้ค่าเช่าซื้อรถยนต์ขายรถยนต์แบ่งเงินคนละครึ่ง ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์เดือนละ 300 บาทจนกว่าจะสมรสใหม่ จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า (1) หนี้ 90,000บาทเศษ ที่จำเลยเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร โดยเอาที่ดินสินสมรส 2 แปลงจำนองเป็นประกันหนี้นั้นเป็นหนี้ร่วมหรือไม่ (2) จำเลยจะต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์หรือไม่ปัญหาข้อแรก จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีรายได้ไม่พอใช้จ่าย ได้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารมาใช้จ่ายในครอบครัว เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์กับบุตรและให้การศึกษาแก่บุตร หนี้ธนาคารดังกล่าวเป็นหนี้ร่วมซึ่งโจทก์และจำเลยจะต้องรับผิดร่วมกันนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำเบิกความของโจทก์ได้ความว่าตอนแต่งงานจำเลยออกจากครูไปเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่บริษัทหาญเอนจิเนียริ่งจำกัด ได้เงินเดือนประมาณเดือนละ 4,000 บาท ทำงานอยู่ 2 ปี แล้วจำเลยลาออกไปทำงานที่สำนักงานสยามทนายความ มีรายได้ประมาณเดือนละ5,000 - 6,000 บาท ค่าใช้จ่ายในครอบครัวในปี พ.ศ. 251