ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2461/2522นางอนงค์ จงคดีกิจโจทก์นางนิภา ไชยวิเศษ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 ป.รัษฎากร ฟ้องเรียกเงินตามสำเนาสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้องผู้กู้ให้การรับว่าได้ทำสัญญากู้ 100,000 บาทจริง แต่รับเงิน 80,000 บาท ผู้ค้ำประกันให้การว่าลงลายมือชื่อโดยเข้าใจว่าเป็นสัญญานายหน้า ดังนี้ ไม่ต้องสืบเอกสารสัญญากู้เป็นพยาน แม้เอกสารปิดอากรแสตมป์แต่ไม่ขีดฆ่าใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ศาลก็พิพากษาให้ใช้เงิน 100,000 บาทตามที่พิจารณาได้ความได้ แต่บังคับผู้ค้ำประกันไม่ได้จำเลยที่ 1 ให้การว่าได้ทำสัญญากู้ 100,000 บาทท้ายฟ้องจริง แต่ได้รับเงิน 80,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ให้ลงชื่อในเอกสารอ้างว่าเป็นสัญญานายหน้า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1ใช้เงิน 80,000 บาทเท่าที่ให้การรับดอกเบี้ยที่ค้าง ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สำหรับฎีกาโจทก์ที่ว่า สัญญากู้และสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.1 จ.2 ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน แม้มิได้ขีดฆ่าก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้นั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สัญญากู้และสัญญาค้ำประกันรายนี้เป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรซึ่งมาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉีกหรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบถ้วนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว" ตามบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า นอกจากตราสารจะต้องปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนแล้ว จะต้องขีดฆ่าแล้วด้วยจึงจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ เมื่ออากรแสตมป์ที่ปิดในสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันมิได้มีการขีดฆ่า จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานใน