ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2522

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2522นางจงกลนี ภวังคนันท์โจทก์บ.จ.ก. ชฎาเฟอร์นิเจอร์และก่อสร้าง กับพวกจำเลยจำเลยร่วมจำเลยบ.จ.ก. ธนกิจประกันภัยจำเลย ป.พ.พ. ม. 99, ม. 1466, ม. 1469 เดิม ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อเป็นทรัพย์สิน เมื่อได้มาระหว่างสมรส สามีภริยาเป็นเจ้าของรวม ภริยาฟ้องคดีเกี่ยวกับสินบริคณห์ได้โดยรับอนุญาตจากสามี ตาม มาตรา 1469 เดิมที่ใช้ในขณะภริยาฟ้องคดีละเมิดและประกันภัยรถที่สามีเช่าซื้อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 นายจ้างของผู้ทำละเมิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 9,600 บาทกับดอกเบี้ย ให้จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยรับผิดด้วย 8,000บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมใช้ค่าเสื่อมราคารถอีก 5,000 บาท จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่าโจทก์กับนายอาจหาญ ภวังนันท์ เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมานายอาจหาญเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 จากบริษัทสยามเมเครดิต จำกัด และให้โจทก์ใช้รถยนต์คันดังกล่าว ขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างชำระค่าเช่าซื้อยังไม่หมด เมื่อฟ้องคดีแล้วได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนโอนกรรมสิทธิ์ตกมาเป็นของนายอาจหาญ และนายอาจหาญ ยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีนี้ คดีมีปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อเป็นทรัพย์สิน นายอาจหาญทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 จากบริษัทสยามเครดิต จำกัด ขณะเป็นสามีภริยากับโจทก์ สิทธิตามสัญญานั้นย่อมเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส โจทก์จึงมีส่วนเป็นเจ้าของรวม มีสิทธิใช้รถยนต์ที่เช่าซื้