ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3675/2543พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นาย อำนาจ ขันทะจำเลย ป.วิ.อ. ม. 47, ม. 49, ม. 195โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรต้องถือว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยเต็มตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เพื่อให้ลงโทษจำเลยเป็นอย่างอื่นได้อีก คดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร จำเลยจึงต้องรับผิดคืนเงินที่จำเลยรับไว้ในการกระทำผิดฐานรับของโจรและยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหายเท่านั้น หาใช่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้องไม่ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวนเต็มตามฟ้องให้แก่ผู้เสียหายนั้นยังไม่ถูกต้องศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขโจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายหลายคนเข้าไปในสำนักงานของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลส์ จำกัด ผู้เสียหายโดยปีนหน้าต่างซึ่งเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์และเป็นช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้าแล้ว ลักเอาเงินสดธนบัตรและเหรียญรวม225,621 บาท กับเครื่องบันทึกการขาย (คอมพิวเตอร์) จำนวน 8เครื่องเป็นเงิน 960,000 บาท รวมราคาทรัพย์ทั้งสิ้น 1,185,621 บาทของผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความดูแลของนายอภิชาติ อมรเวชยกุลไปโดยทุจริต ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยกับลูกจ้างของผู้เสียหายซึ่งศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วได้ และยึดเงินสดจำนวน 61,100 บาทพวงกุญแจหนังสีดำ 1 พวง พร้อมลูกกุญแจ 11 ดอก ลูกกุญแจส่วนที่อยู่ในซิปจำนวน 3 ดอก และเครื่องบันทึกการขาย (คอมพิวเตอร์)จำนวน 8 เครื่อง ได้จากนายประยูร และยึดเงินสดจำนวน 11,000บาท ได้จากจำเลย อันเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปเป็นของกลางทั้งนี้โ