ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5877/2543นาง ล้วนเอก กังสนันท์หรือกังสนนท์โจทก์นาย คล่อง เสนแก้ว กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 23, ม. 224, ม. 230คดีต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่งผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นไม่รับรองให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์โดยอธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอำนาจมิได้เป็นคณะในคำสั่งนั้นหากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต่อไป จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลถึงอธิบดีผู้พิพากษานั้น ภายใน 7 วันเพื่อให้มีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นตามมาตรา 230 วรรคสาม แต่จำเลยหาได้กระทำไม่ กลับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้วโดยอ้างเหตุว่าจะได้มีเวลาขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นอีกคนหนึ่งรับรองให้อุทธรณ์ จึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยและไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยคดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนโรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินโจทก์ต่อไปและให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเดือนละ 200 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2541ต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2541 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดอุทธรณ์และไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎี